· คลังสินค้าและ WMS · 3 min read
UoM ย่อมาจากอะไร ? อธิบายความหมายหน่วยวัดในการนับสินค้า
UoM คืออะไร และ UoM ย่อมาจากอะไร ? พร้อมวิธีแปลงหน่วยนับสินค้าให้ถูกต้อง เพื่อลดข้อผิดพลาดในคลังสินค้าของคุณ

Key Takeaways
- UoM ย่อมาจาก Unit of Measure หรือหน่วยวัดสินค้า คือโครงสร้างพื้นฐานในการจัดการคลังสินค้าที่ช่วยควบคุมจำนวนและขนาดสินค้าได้อย่างแม่นยำ
- การระบุหน่วยวัดที่ชัดเจนช่วยลดความสับสนในขั้นตอนการรับเข้า จัดเก็บ และหยิบสินค้า ทำให้การทำงานไวขึ้น
- ฟีเจอร์ WMS ที่คำนวณหน่วยวัดได้หลายระดับช่วยให้ธุรกิจบริหารสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การแปลงหน่วยวัดที่ถูกต้องช่วยป้องกันความผิดพลาดในกระบวนการจัดส่งสินค้าของธุรกิจทุกขนาด
การนับจำนวนสินค้าผิดพลาดในคลังสินค้ามักเกิดจากการไม่มีมาตรฐานหน่วยนับที่ชัดเจน ถ้ากำลังสงสัยว่า UoM ย่อมาจากอะไร คำตอบคือย่อมาจาก Unit of Measure ซึ่งใช้กำหนดระบุหน่วยวัดของสินค้าแต่ละชิ้น ปัญหานี้ส่งผลเสียโดยตรงต่อการควบคุมสต็อกสินค้าคงคลังและการคำนวณต้นทุนสะสมในระบบจัดเก็บ ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนระหว่างหน่วยนับแบบชิ้นเดี่ยวและแบบกล่องส่งผลให้เกิดความสูญเสียในกระบวนการจัดส่งสินค้าแก่ลูกค้าปลายทาง
บทความนี้จาก Grid WMS จะอธิบายความหมายเชิงลึกของหน่วยวัดประเภทต่าง ๆ พร้อมแนวทางการคำนวณสัดส่วนหน่วยซื้อขายและการประยุกต์ใช้งานร่วมกับระบบบริหารจัดการคลังสินค้า ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยปรับปรุงกระบวนการระบุหน่วยนับให้ทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ได้อย่างเสถียรเพื่อลดระยะเวลาการทำงานของพนักงานคลังสินค้าในขั้นตอนหยิบแพ็กส่งค่ะ
เลือกอ่านตามหัวข้อ
- UoM ย่อมาจากอะไร ?
- บทบาทของ UoM คืออะไรในการจัดการสินค้าคงคลัง ?
- ประเภทของหน่วยนับสินค้าที่พบบ่อยในคลังสินค้ามีอะไรบ้าง ?
- การแปลงหน่วยนับระหว่างซื้อและขายส่งผลกระทบกับธุรกิจแบบไหนบ้าง ?
- ทำไมการตั้งค่า UoM ในระบบ ERP และระบบ Grid WMS ถึงช่วยลดความผิดพลาด
- สรุป
UoM ย่อมาจากอะไร ?

UoM ย่อมาจาก Unit of Measure คือหน่วยวัดหรือหน่วยนับที่ใช้ในการระบุปริมาณของสินค้าเพื่อมาตรฐานเดียวกันในการจัดการข้อมูล หน่วยนับนี้จะช่วยระบุปริมาณที่จับต้องได้ของสินค้าแต่ละรายการในระบบอย่างชัดเจน เช่น ชิ้น กล่อง แพ็ก กิโลกรัม หรือลิตร
การกำหนดหน่วยนับส่งผลโดยตรงต่อความถูกต้องของจำนวนสินค้าในระบบควบคุมคลังสินค้า เช่น การบันทึกสินค้าประเภทน้ำดื่มอาจใช้หน่วยเป็น ขวด สำหรับการขายปลีกหน้าร้าน และใช้หน่วยเป็น แพ็ก หรือ ลัง สำหรับขั้นตอนการรับเข้าสินค้าและการจัดเก็บในพื้นที่คลังสินค้า
ความแตกต่างของหน่วยวัดเหล่านี้ ทำให้ระบบจัดการสินค้าต้องรองรับการแปลงหน่วยเพื่อป้องกันความสับสนในการทำงาน ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมคือการตั้งค่าในระบบให้ 1 ลัง เท่ากับ 4 แพ็ก และ 1 แพ็ก เท่ากับ 6 ขวด เพื่อให้พนักงานฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายคลังสินค้า และฝ่ายขาย เข้าใจปริมาณสินค้าตรงกันผ่านรหัสบาร์โค้ดเฉพาะของแต่ละหน่วยวัดค่ะ
บทบาทของ UoM คืออะไรในการจัดการสินค้าคงคลัง ?

UoM คือหน่วยมาตรฐานที่ใช้กำหนดปริมาณหรือจำนวนของสินค้าในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ทุกแผนกเข้าใจปริมาณที่แท้จริงตรงกัน ตัวอย่างการใช้งานจริงคือการกำหนดหน่วยเป็น ชิ้น สำหรับสินค้าแยกขายเดี่ยว หรือ แพ็ก สำหรับสินค้าจัดชุด
การใช้หน่วยวัดที่เป็นระบบช่วยลดความสับสนในการบันทึกข้อมูลสินค้าตั้งแต่เริ่มนำเข้าจนถึงขั้นตอนการส่งมอบถึงมือลูกค้า ตัวอย่างเช่น การรับสินค้าเข้าคลังเป็นหน่วย พาเลท แต่ตัดสต็อกออกด้วยหน่วย กล่อง ในระบบจัดการสต็อกสินค้าของร้านค้าปลีก
บทบาทของ UoM ในการจัดการสินค้าคงคลัง
บทบาทหลักของหน่วยนับในระบบคลังสินค้า UoM คือการสร้างมาตรฐานเดียวกันเพื่อป้องกันความสับสนในการนับจำนวนกับการประเมินมูลค่าสินค้าคงคลัง การกำหนดหน่วยนับที่ชัดเจนช่วยให้การรับเข้า การจัดเก็บ และการเบิกจ่ายสินค้ามีความแม่นยำสูงสุด ลดโอกาสการหยิบสินค้าผิดพลาด พนักงานคลังสินค้าทำงานได้ไวขึ้นเมื่อรู้ปริมาณที่ต้องจัดการอย่างชัดเจนผ่านรหัสสินค้าบนชั้นวาง บทบาทในการควบคุมสต็อกมีรายละเอียดที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานกลุ่มนี้
- การตรวจสอบยอดสินค้าคงคลังประจำปีและการนับแบบ Cycle Count ทำได้ไวและไม่เกิดข้อผิดพลาดจากการสับสนหน่วยแพ็กเกจ
- การคำนวณจุดสั่งซื้อซ้ำมีความแม่นยำระดับชิ้น ป้องกันปัญหาสินค้าขาดมือในคลัง
- การวางแผนพื้นที่จัดเก็บตามหลัก Slotting ทำได้เหมาะสมตามขนาดปริมาตรจริงของแต่ละหน่วยวัด
ระบบการจัดการที่ดีช่วยลดความสูญเสียจากการทำงานคลาดเคลื่อนด้วยการล็อกรหัสหน่วยวัดที่ถูกต้อง เช่น คลังสินค้าอะไหล่ยนต์ที่แยกหน่วยวัดระหว่าง ตัว สำหรับน็อตเดี่ยว และ ชุด สำหรับกล่องสกรูพร้อมใช้ที่มีน็อตประกอบอยู่ภายในจำนวน 5 ตัว เพื่อป้องกันการหยิบสับสนระหว่างหน่วยย่อยและหน่วยใหญ่ในการส่งมอบค่ะ
ประเภทของหน่วยนับสินค้าที่พบบ่อยในคลังสินค้ามีอะไรบ้าง ?
การจัดการ UoM ในคลังสินค้าแบ่งออกตามลักษณะการจัดเก็บและเคลื่อนย้ายจริง เพื่อควบคุมจำนวนสต็อกให้ถูกต้องในทุกขั้นตอน
ระบบจะแยกแยะหน่วยนับเป็นระดับต่าง ๆ เพื่อให้การตรวจรับและการหยิบสินค้าทำได้อย่างไวและแม่นยำผ่านการสแกนรหัสบาร์โค้ดสากล เช่น GS1 ที่ระบุทั้งหน่วยย่อยและหน่วยแพ็กเกจจิ้งสำหรับขนส่งค่ะ
หน่วยนับพื้นฐานเพื่อการนับชิ้นสินค้า
หน่วยนับพื้นฐานคือหน่วยที่เล็กที่สุดในการจัดการสินค้าคงคลัง ซึ่งมักใช้สำหรับการขายปลีกและการหยิบสินค้าทีละชิ้น เรียกหน่วยนี้ว่า Base UoM หรือหน่วยย่อยที่สุดที่ไม่มีการแบ่งแยกออกไปได้อีกแล้ว การบันทึกสต็อกด้วยหน่วยนี้ช่วยลดความสับสนในการจัดออเดอร์หน้าร้านและการจัดส่งพัสดุรายชิ้นให้แก่ลูกค้า
- ชิ้น (Piece / Each) ใช้กับสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป เช่น แชมพูสระผม 1 ขวด หรือปากกา 1 ด้าม
- ตัว (Item) ใช้ในกลุ่มสินค้าแฟชั่นหรืออะไหล่เฉพาะทาง เช่น เสื้อยืด 1 ตัว หรือน็อตเหล็ก 1 ตัว
- เครื่อง (Unit) ใช้ในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น สมาร์ตโฟน 1 เครื่อง
การระบุหน่วยพื้นฐานเหล่านี้ ช่วยให้ระบบคำนวณจำนวนสินค้าคงคลังคงเหลือจริงได้อย่างแม่นยำเมื่อมีการตัดสต็อกรายวัน คลังสินค้าของโรงงานผลิตยาหรือเครื่องสำอางมักกำหนดหน่วยนับระดับนี้เป็น หลอด หรือ ตลับ เพื่อระบุปริมาณขั้นต่ำสุดในระบบจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปก่อนนำไปแพ็กลงกล่องขนส่งต่อไปค่ะ
หน่วยนับแบบแพ็กหรือกลุ่มเพื่อการจัดส่งขนาดใหญ่
หน่วยนับแบบแพ็กหรือกลุ่มช่วยควบคุมปริมาณสินค้าในการเคลื่อนย้ายและจัดส่งขนาดใหญ่ระดับค้าส่งได้อย่างไว เราใช้หน่วยนับกลุ่มนี้เพื่อลดเวลาในการตรวจนับทีละชิ้นระหว่างการโหลดสินค้าขึ้นรถขนส่งหรือการจัดเรียงบนชั้นวางระดับสูง การกำหนดรหัสหน่วยนับที่ชัดเจนช่วยป้องกันความคลาดเคลื่อนในการหยิบสินค้าผิดขนาดบรรจุภัณฑ์
- กล่อง (Box / Carton) บรรจุสินค้าปลีกจำนวนคงที่ตามที่โรงงานผลิตกำหนด เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปบรรจุ 30 ซองต่อกล่องเพื่อความสะดวกในการส่งต่อให้ร้านค้าปลีก
- แพ็ก (Pack) การรวมกลุ่มสินค้าด้วยฟิล์มหดพลาสติก เช่น น้ำดื่มแพ็ก 6 ขวด ช่วยให้การขนย้ายทำได้ไว
- พาเลท (Pallet) หน่วยบรรจุใหญ่ที่สุดสำหรับการขนถ่ายด้วยรถโฟล์กลิฟต์ เช่น พาเลทมาตรฐานขนาด 100 x 120 เซนติเมตร บรรจุสินค้าได้คราวละหลายสิบกล่อง
คลังสินค้าประเภทเครื่องดื่มมักตั้งค่าระบบให้ 1 พาเลท มีค่าเท่ากับ 120 แพ็ก เพื่อให้ระบบคำนวณน้ำหนักรวมในการจัดสรรรถขนส่งขนาด 4 ล้อ หรือ 6 ล้อได้อย่างพอดีค่ะ
การแปลงหน่วยนับระหว่างซื้อและขายส่งผลกระทบกับธุรกิจแบบไหนบ้าง ?
การแปลงหน่วยนับสินค้าหรือ UoM ระหว่างการซื้อและการขาย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความแม่นยำของระบบคลังสินค้ารวมถึงประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนหมุนเวียนภายในธุรกิจของเรา
หากระบบจัดการข้อมูลขาดความยืดหยุ่นในการเชื่อมโยงหน่วยวัดที่แตกต่างกัน ความคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยสามารถสะสมจนกลายเป็นผลต่างขนาดใหญ่ในรายงานสต็อกสิ้นเดือน ซึ่งมักจะแสดงตัวเลขสินค้าขาดหายหรือเกินจริงในระบบตรวจนับปลายทางค่ะ
ปัญหาเมื่อหน่วยซื้อไม่ตรงกับหน่วยขาย
ความคลาดเคลื่อนของจำนวนสินค้าในระบบสต็อกเกิดขึ้นทันทีเมื่อเราบันทึกยอดการซื้อเข้าเป็นหน่วยตู้คอนเทนเนอร์หรือกล่องใหญ่ แต่พนักงานหน้าร้านตัดยอดขายออกเป็นชิ้นเดี่ยวโดยไม่มีสูตรแปลงหน่วยสินค้าที่แน่นอน ความสับสนนี้สร้างความเสียหายต่อข้อมูลยอดคงเหลือในระบบทันทีที่เกิดรายการสั่งซื้อใหม่ในแต่ละวัน
- พนักงานหยิบสินค้าผิดขนาด เช่น หยิบสบู่ยกแพ็ก 6 ก้อน ส่งให้ลูกค้าที่สั่งซื้อเพียง 1 ก้อน เนื่องจากฉลากบาร์โค้ดบนกล่องนอกและตัวสินค้าภายในไม่มีการแยกหน่วยนับอย่างชัดเจน
- ระบบตรวจรับสินค้าไม่ตรงใบสั่งซื้อ ส่งผลให้ยอดรับเข้าในระบบ ERP ต่ำกว่ายอดที่มีการส่งมอบจริง เช่น สั่งซื้อปูน 1 ตัน แต่พนักงานตรวจนับเป็นถุงจำนวน 20 ถุงแทนการลงบันทึกเป็นหน่วยน้ำหนักรวม
- สูญเสียโอกาสในการขาย เนื่องจากระบบขึ้นเตือนว่าสินค้าหมด ทั้งที่สินค้าจริงยังมีค้างอยู่หลังร้านในรูปแบบกล่องใหญ่ที่ยังไม่ได้แปลงหน่วยนับเป็นชิ้นปลีก
การละเลยการจับคู่หน่วยซื้อและหน่วยขายที่เหมาะสมทำให้เจ้าหน้าที่คลังสินค้าต้องเสียเวลาหลายชั่วโมงต่อวันในการตรวจสอบส่วนต่างของสินค้าคงเหลือด้วยการเดินนับมือในพื้นที่จัดเก็บจริงเพื่อปรับยอดข้อมูลให้ตรงกันก่อนทำการปิดยอดจำหน่ายประจำสัปดาห์ค่ะ
การแปลงหน่วยนับเพื่อคำนวณต้นทุนสินค้าที่ถูกต้อง
การแปลง UoM เพื่อคำนวณต้นทุนที่ถูกต้องช่วยให้ฝ่ายบัญชีเห็นต้นทุนต่อหน่วยที่แท้จริงแทนการประมาณค่า ยกตัวอย่างการซื้อสินค้าแบบกล่องใหญ่ราคา 1,200 บาท มีสินค้าภายใน 24 ชิ้น หากระบบไม่แปลงหน่วยนับเป็นชิ้นจะส่งผลให้โปรแกรมบัญชีคำนวณกำไรผิดพลาดทันทีเมื่อมีการแบ่งขายปลีก การกำหนดอัตราแปลงหน่วยช่วยให้โปรแกรมเฉลี่ยต้นทุนออกมาเป็นชิ้นละ 50 บาท ได้แบบเรียลไทม์ เปรียบเทียบต้นทุนเพื่อป้องกันความสับสนของมูลค่าสินค้าคงคลังผ่านตารางแสดงความสัมพันธ์ของหน่วยวัดนี้
หน่วยซื้อ | จำนวนชิ้นภายใน | ราคาซื้อรวม | ต้นทุนต่อหน่วยย่อย |
1 กล่อง | 12 ชิ้น | 600 บาท | 50 บาท |
1 กล่อง | 24 ชิ้น | 1,200 บาท | 50 บาท |
การควบคุมต้นทุนด้วยหน่วยย่อยช่วยลดความเสี่ยงเรื่องตัวเลขงบการเงินคลาดเคลื่อนในการตรวจสอบยอดต่าง ๆ เพื่อปิดงบภายในวันที่ 30 ของทุกเดือนค่ะ
ทำไมการตั้งค่า UoM ในระบบ ERP และระบบ Grid WMS ถึงช่วยลดความผิดพลาด

การตั้งค่า UoM ในระบบ ERP และ Grid WMS ช่วยตัดปัญหาความสับสนเรื่องหน่วยนับสินค้าที่พนักงานต้องใช้งานในทุกขั้นตอนของการจัดการคลังสินค้า ระบบดิจิทัลเหล่านี้จะระบุหน่วยของสินค้าแต่ละรายการอย่างสอดคล้องกันทำให้ช่วยลดความคลาดเคลื่อนในการลงบันทึกยอดสต็อกผ่านการคำนวณและแปลงค่าอัตโนมัติด้วยระบบประมวลผลกลางค่ะ
การจัดการสต็อกแม่นยำขึ้นเมื่อใช้ระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ
ระบบ WMS แบบอัตโนมัติช่วยลดความผิดพลาดในการนับจำนวนสินค้าลงด้วยการแปลงหน่วย UoM อัตโนมัติทันทีที่สแกนบาร์โค้ดด้วย Data Collector การรับสินค้าเข้าคลังในรูปแบบพาเลทหรือกล่องใหญ่จะถูกบันทึกและซอยย่อยเป็นหน่วยชิ้นสำหรับขายปลีกในระบบทันที เจ้าหน้าที่คลังสินค้าทำงานได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องคำนวณตัวเลขเองหน้างาน
การตัดสต็อกเมื่อเกิดรายการเบิกจ่ายจะดำเนินไปตามโครงสร้างหน่วยนับที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เช่น เมื่อระบบระบุหน่วยหยิบเป็นแพ็ก 12 ชิ้น ยอดสต็อกรวมจะถูกหักลบสัมพันธ์กันอย่างถูกต้อง วิธีนี้ช่วยตัดปัญหาการหยิบสินค้าผิดขนาดบรรจุในคลังสินค้าที่จัดเก็บสินค้าเดียวกันในหลายรูปแบบแพ็กเกจค่ะ
การเชื่อมโยงข้อมูลซื้อขายแบบไร้รอยต่อ
ระบบเชื่อมโยงข้อมูลการซื้อขายทำงานด้วยการแปลงค่า UoM ระหว่างแผนกจัดซื้อและแผนกขายโดยอัตโนมัติ ช่วยลดข้อผิดพลาดจากการป้อนข้อมูลด้วยมือ (Manual Error) ที่มักเกิดขึ้นในกระบวนการรับส่งสินค้า การประสานงานของซอฟต์แวร์ ERP และ WMS จะจับคู่หน่วยนับอย่างแม่นยำ เช่น แปลงหน่วยซื้อที่เป็น "พาเลท" ไปเป็นหน่วยขายที่เป็น "ชิ้นบรรจุกล่อง" สำหรับกระจายสินค้าเข้าสู่หน้าร้านค้าปลีก
กระบวนการนี้ทำให้พนักงานคลังสินค้าเห็นยอดสต็อกที่ตรงกันทั้งระบบทันทีหลังจากการบันทึกรายการซื้อขายเสร็จสิ้น ข้อมูลที่อัปเดตแบบเรียลไทม์ส่งผลให้ฝ่ายจัดซื้อคำนวณรอบการสั่งซื้อซ้ำได้แม่นยำโดยไม่ต้องเสียเวลาเดินนับสินค้าจริงในคลังสินค้าจัดส่งขนาดใหญ่
ดูโซลูชันสำหรับค้าปลีก : ระบบ WMS สำหรับธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง
สรุป
UoM ย่อมาจาก Unit of Measure คือหน่วยวัดสินค้าที่ทำหน้าที่เป็นมาตรฐานหลักในการนับจำนวนสต็อก เพื่อป้องกันความสับสนในระบบจัดการคลังสินค้า การกำหนดโครงสร้างหน่วยวัดตั้งแต่ระดับหน่วยย่อยสุดสำหรับขายปลีก จนถึงหน่วยบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่เพื่อการขนส่ง ช่วยป้องกันปัญหาสต็อกสูญหายและลดอัตราการหยิบสินค้าผิดพลาดลงได้
การเลือกใช้ระบบคลังสินค้าที่มีฟังก์ชันแปลงค่าหน่วยวัดอัตโนมัติ จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการระบุจำนวนและควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ถ้าต้องการยกระดับความแม่นยำในการตัดยอดสินค้ากับจัดการสต็อกแบบ Real-time ทีมงาน Grid WMS พร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบระบบควบคุมคลังสินค้าที่เชื่อมต่อกับ ERP ได้อย่างไร้รอยต่อเพื่อความเติบโตของธุรกิจคุณค่ะ



