· คลังสินค้าและ WMS  · 3 min read

FIFO คืออะไร ? อธิบายวิธีจัดการสต็อกคู่กับ FEFO พร้อมตัวอย่าง

FIFO คืออะไร ? อธิบายหลักการเข้าก่อนออกก่อน วิธีจัดวางสต็อก ความต่างจาก FEFO และ LIFO พร้อมแนวทางใช้ระบบ WMS

FIFO คืออะไร ? อธิบายหลักการเข้าก่อนออกก่อน วิธีจัดวางสต็อก ความต่างจาก FEFO และ LIFO พร้อมแนวทางใช้ระบบ WMS

Key Takeaways

  • FIFO (First-In, First-Out) คือระบบการจัดการคลังสินค้าที่เน้นนำสินค้าที่จัดเก็บเข้ามาก่อนออกไปจำหน่ายหรือใช้งานก่อน เป็นแนวทางที่เข้ามาช่วยรับมือกับปัญหาสินค้าเสื่อมสภาพและลดโอกาสเกิดสินค้าหมดอายุ
  • การจัดการด้วยระบบนี้เป็นส่วนหนึ่งในการควบคุมปริมาณสต็อกสินค้า ซึ่งมีส่วนช่วยให้ธุรกิจประเมินต้นทุนหมุนเวียนได้ใกล้เคียงความเป็นจริง
  • การใช้ฟีเจอร์ WMS ที่ระบุตำแหน่งสินค้าช่วยลดระยะเวลาและข้อผิดพลาดในการหยิบสินค้าต่าง ๆ ในคลังได้อย่างเป็นระบบ
  • การประยุกต์ใช้แนวคิดนี้ในคลังสินค้ามีส่วนช่วยบริหารจัดการค่าใช้จ่ายจากต้นทุนจม และสนับสนุนการดำเนินงานของซัพพลายเชนให้เป็นระบบมากขึ้น

ปัญหาสินค้าเสื่อมสภาพหรือหมดอายุก่อนใช้งานจริงในคลังสินค้า มักเกิดจากการวางสินค้าล็อตใหม่ทับถมปิดทางล็อตเก่าจนหยิบใช้งานไม่ทัน การจัดการต้นทุนจากสต็อกสินค้าที่เสื่อมประสิทธิภาพต้องอาศัยการจัดลำดับการหยิบสินค้า การบริหารคลังด้วยหลักการ FIFO หรือการจัดการแบบเข้าก่อนออกก่อน เป็นวิธีการที่นำมาใช้ควบคุมการหมุนเวียนสินค้าตามเวลาจริง เพื่อลดโอกาสเกิดปัญหาสินค้าตกค้างที่เป็นสาเหตุของต้นทุนจมค่ะ

บทความนี้จาก Grid WMS นำเสนอวิธีการทำงาน วิธีจัดวางพื้นที่เพื่อหมุนเวียนสินค้า ตลอดจนเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างระบบจัดการคลังสินค้ารูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการมองเห็นภาพการทำงาน และสามารถนำหลักการนี้ไปปรับใช้ร่วมกับเทคโนโลยีบาร์โค้ด เพื่อใช้เป็นแนวทางลดอัตราความผิดพลาดในการปฏิบัติงานของพนักงาน โดยตั้งเป้าลดข้อผิดพลาดในการทำงานให้เหลือน้อยที่สุด

เลือกอ่านตามหัวข้อ

FIFO คืออะไร ?

หลักการทำงานของ FIFO ตั้งแต่การรับเข้า การจัดเก็บ จนถึงการเบิกจ่ายสินค้าในคลัง

FIFO ย่อมาจาก First-In, First-Out คือวิธีการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่กำหนดให้สินค้าที่รับเข้ามาจัดเก็บก่อน ต้องถูกหมุนเวียนออกไปจำหน่ายหรือใช้งานเป็นลำดับแรกเสมอ แนวคิดนี้เป็นวิธีบริหารจัดการเพื่อลดโอกาสสะสมสินค้าเก่าเก็บในพื้นที่

การนำวิธีนี้ไปใช้มีส่วนช่วยรักษาสภาพวัตถุดิบและสินค้าที่มีอายุการใช้งานจำกัด ตัวอย่างกลุ่มธุรกิจที่นำไปใช้เป็นประจำคือ ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ร้านขายยา หรือสินค้าแฟชั่นที่มีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลอยู่ตลอดเวลาค่ะ

ระบบจัดเก็บรูปแบบนี้ส่งผลต่อการประเมินมูลค่าสินค้าคงเหลือปลายงวดในทางบัญชี โดยเป็นวิธีที่ช่วยสะท้อนต้นทุนขายให้สอดคล้องกับราคาตลาดปัจจุบัน การใช้ระบบควบคุมสต็อกรูปแบบนี้เป็นแนวทางหนึ่งในการบริหารจัดการสินค้ากลุ่มนมกล่องยูเอชทีและอาหารกระป๋องสำเร็จรูปเพื่อลดโอกาสที่สินค้าหมดอายุจะค้างสต็อก

หลักการทำงานแบบเข้าก่อนออกก่อน

กลไกการทำงานของระบบ FIFO ควบคุมผ่าน 3 ขั้นตอนหลักตั้งแต่การรับของเข้า การจัดเก็บ และการเบิกจ่ายสินค้าตามลำดับเวลาเพื่อลดโอกาสเกิดสินค้าเก่าเก็บสะสมในพื้นที่

  1. การรับเข้า พนักงานบันทึกวันเวลาที่สินค้ามาถึงพร้อมติดป้ายรหัสบาร์โค้ดเพื่อระบุล็อตผลิตจริง
  2. การจัดเก็บ เจ้าหน้าที่จัดวางสินค้าล็อตใหม่ไว้ด้านหลังสุดหรือแถวในสุด พร้อมดันสินค้าล็อตเก่าเลื่อนมาด้านหน้าสุดเสมอ
  3. การเบิกจ่าย พนักงานเลือกหยิบสินค้าจากตำแหน่งหน้าสุดตามลำดับคิวในคลังเพื่อส่งมอบให้ลูกค้าก่อน

การจัดระเบียบวิธีนี้ช่วยลดปริมาณสินค้าเสื่อมสภาพในกลุ่มนมพาสเจอร์ไรส์ที่มีอายุสั้นเพียง 10 ถึง 14 วัน

ตัวอย่างการนำ FIFO ไปปรับใช้จริงในคลังสินค้า

การนำระบบ FIFO มาใช้ในคลังสินค้าจริงต้องอาศัยการวางแผนที่สอดคล้องกันระหว่างพื้นที่จัดเก็บและกระบวนการทำงานของพนักงาน เพื่อเป็นแนวทางควบคุมการหมุนเวียนสินค้าต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ การปรับปรุงนี้ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างทางกายภาพไปจนถึงลำดับการหยิบสินค้าออกจากคลังเพื่อส่งมอบให้ลูกค้าตาม Lead Time ที่กำหนดค่ะ

การจัดวางและการหมุนเวียนสินค้าบนชั้นวางสต็อก

การจัดวางสินค้าบนชั้นวางตามหลัก Slotting เพื่อรองรับระบบ FIFO ต้องเน้นการออกแบบโครงสร้างคลังสินค้าที่เอื้อให้สินค้าล็อตเก่าถูกเลื่อนมาอยู่ในตำแหน่งที่หยิบได้ง่ายก่อนเสมอ เพื่อลดเวลาการทำงานและลดโอกาสที่สินค้าจะหมดอายุคาชั้นวาง

การเลือกใช้ระบบชั้นวางและเทคนิคการระบุตำแหน่งตามขนาดของพื้นที่ เป็นวิธีที่ช่วยให้พนักงานปฏิบัติงานได้สะดวกขึ้น ดังนี้

  • Gravity Flow Rack ชั้นวางที่ใช้แรงโน้มถ่วงช่วยเลื่อนกล่องสินค้าจากด้านหลังมาด้านหน้าเมื่อมีการเบิกจ่ายล็อตหน้าสุด เหมาะสำหรับกล่องสินค้าขนาดเล็กและมีน้ำหนักเบา
  • Pallet Flow Rack ระบบรางลูกกลิ้งสำหรับสินค้าบนพาเลทขนาดใหญ่ โดยป้อนพาเลทเข้าจากทางหนึ่งและเบิกออกทางตรงข้ามเพื่อเป็นแนวทางควบคุมคิวสินค้าที่มีน้ำหนักมากกว่า 500 กิโลกรัม
  • Color Coding เทคนิคการใช้สีประจำหลักแบ่งแยกล็อตผลิตแต่ละเดือน ช่วยพนักงานคัดแยกสินค้าเก่าใหม่ด้วยสายตา เช่น การใช้สติกเกอร์สีแดงสำหรับสินค้าที่ต้องขายออกภายใน 30 วัน

ขั้นตอนการเบิกจ่ายสินค้าเพื่อลดปัญหาสินค้าตกค้าง

การเบิกจ่ายสินค้าด้วยระบบ FIFO เริ่มต้นจากการจัดเรียงสินค้าที่เข้าคลังก่อนให้อยู่ในตำแหน่งที่หยิบง่ายที่สุดบนชั้นวางด้านหน้าสุดเสมอ วิธีนี้ช่วยให้พนักงานคลังสามารถหยิบสินค้า (Picking) ล็อตเก่าออกไปส่งให้ลูกค้าได้ก่อน โดยไม่ต้องเสียเวลาค้นหารายการป้ายระบุสินค้าทีละชิ้น การจัดการแนวทางนี้มีส่วนช่วยลดโอกาสการเสื่อมสภาพของสินค้าภายในพื้นที่จัดเก็บค่ะ

แนวทางปฏิบัติงาน 3 ขั้นตอนเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการเบิกจ่าย มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  1. ตรวจสอบรหัสล็อตผลิตและวันที่รับสินค้าเข้าบนเอกสารใบหยิบสินค้าที่พิมพ์จากระบบควบคุม
  2. หยิบสินค้าจากช่องหยิบเฉพาะที่เติมสินค้าใหม่จากด้านหลังและผลักสินค้าเก่ามาด้านหน้าสุด
  3. สแกนบาร์โค้ดสินค้าชิ้นที่หยิบเพื่อตัดยอดสต็อกในฐานข้อมูลส่วนกลางทันทีก่อนส่งไปยังแผนก Packing เพื่อเตรียมจัดส่งให้ลูกค้าในรอบถัดไป

FIFO และ LIFO แตกต่างกันอย่างไร ?

ความแตกต่างระหว่าง FIFO กับ LIFO และผลกระทบต่อการรับรู้ต้นทุนขายทางบัญชีและภาษี

FIFO และ LIFO เป็นระบบการจัดการสินค้าคงคลังที่มีทิศทางการหมุนเวียนสินค้าตรงข้ามกัน การเลือกใช้ระบบที่เหมาะสมจะส่งผลโดยตรงต่อการรายงานภาษีประจำปีและการแสดงตัวเลขมูลค่าสินทรัพย์คงเหลือในบัญชีของธุรกิจค่ะ

ความแตกต่างที่ส่งผลต่อการบริหารคลังสินค้าและการบันทึกบัญชี สามารถจำแนกตามตารางเปรียบเทียบข้อมูลได้ดังนี้

หัวข้อเปรียบเทียบ

FIFO (First-In, First-Out)

LIFO (Last-In, First-Out)

การหมุนเวียนสินค้า

สินค้าที่รับเข้าคลังก่อนจะถูกนำออกไปจำหน่ายก่อน

สินค้าที่รับเข้ามาล่าสุดจะถูกนำออกไปจำหน่ายก่อน

ประเภทสินค้าที่เหมาะสม

สินค้าที่มีวันหมดอายุชัดเจน เช่น นมพาสเจอร์ไรส์ ยารักษาโรค

สินค้าเนื้อเดียวกันที่ไม่มีวันหมดอายุ เช่น ถ่านหิน ทรายก่อสร้าง

มูลค่าสินค้าคงเหลือ

สะท้อนราคาตลาดปัจจุบันเนื่องจากเหลือเพียงสินค้าล็อตใหม่ล่าสุด

ต่ำกว่าราคาตลาดจริงเนื่องจากคงเหลือเฉพาะสินค้าล็อตเก่าเก็บ

LIFO ระบบการหยิบสินค้าแบบเข้าทีหลังออกก่อน

LIFO หรือ Last-In, First-Out คือระบบการจัดการคลังสินค้าที่หยิบสินค้าที่เข้ามาล่าสุดออกไปขายหรือใช้งานก่อน ซึ่งทำงานตรงกันข้ามกับระบบ FIFO ที่เน้นการระบายสินค้าเก่าออกก่อน วิธีนี้เหมาะกับสินค้าที่ไม่มีวันหมดอายุและไม่เสื่อมสภาพตามเวลา เช่น ถ่านหิน หิน ทราย หรือเหล็กเส้นขนาด 12 มิลลิเมตร ที่จัดเก็บซ้อนทับกันในพื้นที่สต็อกสินค้าค่ะ

การทำงานแบบ LIFO เป็นแนวทางลดระยะเวลาการเคลื่อนย้ายสินค้าในคลัง เนื่องจากพนักงานสามารถ Picking สินค้าที่วางอยู่ด้านบนสุดหรือด้านหน้าสุดไปใช้งานได้ทันที ตัวอย่างการนำไปใช้คือการตักดินหรือทรายจากกองที่เพิ่งเทใหม่เพื่อส่งมอบให้ลูกค้าในไซต์งานก่อสร้างภายในวันเดียว

ผลกระทบต่อการคิดต้นทุนและมูลค่าสินค้าคงเหลือทางบัญชี

การเลือกวิธีคำนวณต้นทุนสินค้าคงเหลือมีส่วนสัมพันธ์กับตัวเลขในงบการเงิน โดยเฉพาะในช่วงภาวะเงินเฟ้อที่ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น การเลือกใช้ FIFO หรือ LIFO ทำให้การรับรู้ต้นทุนขายและมูลค่าสินทรัพย์คงเหลือปลายงวดมีความแตกต่างกัน ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการวางแผนภาษีและการแสดงสถานะทางการเงินของกิจการค่ะ

กรมสรรพากรของประเทศไทยกำหนดว่า ธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนวิธีการคำนวณต้นทุนสินค้าคงเหลือที่ใช้ในการคำนวณภาษี จะต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรก่อนจึงจะสามารถเปลี่ยนวิธีการดังกล่าวได้

มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 2 ของไทยกำหนดให้ใช้วิธีเข้าก่อนออกก่อนหรือวิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักในการคำนวณราคาทุนสินค้าคงเหลือ ไม่ได้เปิดให้ใช้วิธี LIFO ตารางด้านล่างจึงเป็นการเปรียบเทียบเชิงแนวคิดในสภาวะที่ราคาสินค้าในตลาดมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น

ผลกระทบทางบัญชี

วิธีการคำนวณแบบ FIFO

วิธีการคำนวณแบบ LIFO

ต้นทุนขาย (COGS)

ต่ำกว่า เนื่องจากบันทึกต้นทุนด้วยราคาสินค้าล็อตแรกที่ราคาถูก

สูงกว่า เนื่องจากบันทึกต้นทุนด้วยราคาสินค้าล็อตล่าสุดที่แพงกว่า

กำไรสุทธิ

สูงกว่า ส่งผลให้รายงานผลการดำเนินงานดูน่าเชื่อถือในงบการเงิน

ต่ำกว่า เนื่องจากมีสัดส่วนต้นทุนขายที่สูงขึ้นเข้ามาหักลบ

ภาระภาษีเงินได้

สูงกว่า ตามสัดส่วนของกำไรสุทธิทางบัญชีที่เพิ่มขึ้น

ต่ำกว่า ช่วยประหยัดกระแสเงินสดจากการจ่ายภาษีประจำปี

มูลค่าสินค้าคงเหลือปลายงวด

สะท้อนราคาตลาดปัจจุบัน เนื่องจากเหลือสินค้าล็อตล่าสุดที่ราคาสูง

ต่ำกว่าความเป็นจริง เนื่องจากบันทึกด้วยราคาสินค้าล็อตแรกสุด

FIFO กับ FEFO คืออะไร และควรเลือกใช้แบบไหน ?

เปรียบเทียบ FIFO ที่ระบายสินค้าตามลำดับรับเข้า กับ FEFO ที่จัดสต๊อกตามวันหมดอายุ

การเลือกระหว่างระบบ FIFO และ FEFO ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดเรื่องวันหมดอายุของตัวสินค้าเป็นหลัก โดย FIFO เน้นระบายสินค้าที่เข้าระบบก่อน ส่วน FEFO จะพิจารณาจากวันหมดอายุที่ใกล้ที่สุดเป็นสำคัญค่ะ

การนำระบบเหล่านี้ไปใช้เป็นแนวทางหนึ่งในการทำ Quality Management กับสินค้าพร้อมส่งให้เป็นระบบ ธุรกิจจัดจำหน่ายชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มักใช้เพื่อเป็นแนวทางลดโอกาสเกิดปัญหาสินค้าล้าสมัย ขณะที่คลังสินค้าเวชภัณฑ์และอาหารจะอ้างอิงวันหมดอายุจากใบกำกับสินค้า เพื่อจัดกลุ่มโซนการหยิบสินค้าที่มีอายุการเก็บรักษาสั้นกว่า 90 วัน ออกไปสู่ลูกค้าปลายทางก่อน

การพิจารณาเกณฑ์ความแตกต่างเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกระบบจัดการคลังสินค้าที่สอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจ สามารถดูได้จากตารางเปรียบเทียบนี้

หัวข้อเปรียบเทียบ

FIFO

FEFO

การหมุนเวียนสต็อก

ระบายสินค้าที่เข้าคลังก่อน

ระบายสินค้าที่หมดอายุก่อน

กลุ่มสินค้าหลัก

อะไหล่รถยนต์ สินค้าแฟชั่น ไอที

ยารักษาโรค นมผง อาหารกระป๋อง

ตัวชี้วัดการหยิบ

ล็อตที่เข้าคลังก่อน

วันหมดอายุบนบรรจุภัณฑ์

FEFO ระบบจัดการคลังสินค้าตามวันหมดอายุ

FEFO (First Expired, First Out) คือระบบการจัดการคลังสินค้าที่เน้นนำสินค้าที่จะหมดอายุก่อนออกไปจำหน่ายหรือใช้งานเป็นอันดับแรก โดยไม่คำนึงถึงลำดับการรับเข้าคลังสินค้า แนวทางนี้เหมาะกับกลุ่มสินค้าที่มีอายุการใช้งานจำกัดเพื่อลดโอกาสเกิดความเสียหายจากการหมดอายุคาชั้นวาง เช่น นมพาสเจอร์ไรส์ที่มีอายุจัดเก็บสั้นและต้องเก็บใน Cold Storage การทำงานของระบบนี้อิงจากวันหมดอายุบนบรรจุภัณฑ์เป็นหลัก ซึ่งมีส่วนช่วยลดปัญหาต้นทุนจมจากของเสียหรือหมดอายุสำหรับกลุ่มธุรกิจอาหารสด

การทำงานของระบบนี้ต้องอาศัยการจัดระเบียบบาร์โค้ดแบบ GS1-128 ที่บันทึกข้อมูลวันหมดอายุลงในระบบฐานข้อมูล พนักงานคลังสินค้าจะ Picking สินค้าตามรายการที่ระบบประมวลผลตามลำดับวันหมดอายุที่ใกล้ที่สุดส่งออกไปก่อนล็อตที่มีอายุเหลือนานกว่า เช่น นมกล่องที่ระบุวันหมดอายุวันที่ 15 ตุลาคม จะถูกเบิกจ่ายออกไปก่อนนมกล่องที่ระบุวันหมดอายุวันที่ 20 ตุลาคม แม้ว่ากล่องแรกจะเพิ่งรับเข้าคลังมาทีหลังก็ตามค่ะ

แนวทางการเลือกระบบสต็อกให้เหมาะสมกับประเภทของสินค้า

การเลือกระบบจัดการสต็อกสินค้าให้เหมาะสมกับประเภทสินค้า เป็นแนวทางที่ช่วยบริหารจัดการอัตราการสูญเสียต้นทุนและช่วยรักษาสภาพคล่องทางการเงิน การสรุปเกณฑ์จับคู่ระบบที่เหมาะสมไว้ในตารางมีเป้าหมายเพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานจริง

การตั้งรหัสสินค้า (SKU) ในระบบควรทำให้ตรงกับประเภทของสินค้านั้น ๆ เช่น ถ้าเป็นสินค้ากลุ่ม FEFO ก็ต้องใส่วันหมดอายุลงในระบบ WMS ด้วย เพื่อให้ระบบจัดคิวให้สินค้าที่ใกล้หมดอายุก่อน 60 วันถูกส่งออกไปขายก่อน ส่วนพวกสินค้าอุตสาหกรรมที่ไม่มีวันหมดอายุ ก็สแกนบาร์โค้ดตอนรับเข้า เพื่อให้ระบบรันคิวการหยิบแบบ FIFO ได้เลย

ดูโซลูชันสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค : WMS สำหรับ FMCG

ประเภทสินค้า

ระบบสต็อกที่แนะนำ

เหตุผลหลักและแนวทางปฏิบัติ

อาหารสด นม ยารักษาโรค เวชภัณฑ์

FEFO

ป้องกันสินค้าหมดอายุคาชั้นวาง โดยคัดกรองจากวันหมดอายุบนบรรจุภัณฑ์เป็นหลัก

สินค้าแฟชั่น อุปกรณ์ไอที อะไหล่ยนต์

FIFO

ป้องกันสินค้าล้าสมัย เสื่อมสภาพตามเวลา หรือตกรุ่นจากเทคโนโลยีใหม่

วัสดุก่อสร้าง ถ่านหิน ทราย สินค้าเทกอง

LIFO

จัดเก็บซ้อนทับกันทางกายภาพ ทำให้หยิบสินค้าที่อยู่ด้านบนสุดหรือเข้าทีหลังออกได้ง่ายกว่า

ปัญหาที่พบได้บ่อยเมื่อจัดการคลังสินค้า FIFO ด้วยแรงงานคน

การจัดการคลังสินค้าแบบ FIFO ด้วยแรงงานคนมักเป็นสาเหตุของความผิดพลาดในการเรียงลำดับสินค้าเข้าออก เนื่องจากข้อจำกัดด้านความเหนื่อยล้าของร่างกายและขาดระบบควบคุมมารองรับ

การใช้กำลังคนเพียงอย่างเดียวมักส่งผลให้สินค้าล็อตเก่าถูกวางบดบังอยู่ด้านในสุดของชั้นวางสต็อก การทำงานในลักษณะนี้เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความผิดพลาดจากการหยิบสินค้าผิดล็อตในการเบิกจ่ายแต่ละรอบเดือนค่ะ

ข้อผิดพลาดที่อาจเกิดจากการจดบันทึกข้อมูลด้วยกระดาษ

การบันทึกข้อมูลสต็อกสินค้าด้วยลายมือบนกระดาษมักเป็นสาเหตุของความคลาดเคลื่อน จากการอ่านลายมือผิดหรือการจดบันทึกไม่ครบถ้วน ข้อมูลที่ผิดพลาดเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบ FIFO เนื่องจากผู้ปฏิบัติงานจะไม่ทราบวันเวลานำเข้าสินค้าที่แท้จริง ซึ่งปัญหาสินค้าตกหล่นมักเกิดจากการจัดเก็บเอกสารสลับแผ่นในคลังสินค้า

การทำงานแบบจดมือยังเสี่ยงต่อปัญหาหน้างาน เช่น กระดาษฉีกขาดหรือเปียกน้ำจนข้อมูลเลือนหาย การเขียนตัวเลขรหัสสินค้า 13 หลักด้วยมือมีโอกาสผิดพลาดสูง ซึ่งเป็นสาเหตุให้พนักงาน Picking สินค้าล็อตใหม่ไปส่งมอบก่อนสินค้าล็อตเก่าที่ค้างอยู่ในสต็อกเป็นเวลานาน

ความล่าช้าในการค้นหาสินค้าในคลังสินค้าที่มีสินค้าจำนวนมาก

ความล่าช้าในการค้นหาสินค้าเกิดจากการขาดระบบระบุพิกัดตำแหน่งจัดเก็บในคลังสินค้าขนาดใหญ่ ทำให้พนักงานต้องเสียเวลาสุ่มเดินหาของทีละล็อกทีละแถว การเก็บสินค้าแบบ FIFO ด้วยแรงงานคนที่ขาดเครื่องมือระบุพิกัดมักส่งผลให้สินค้าล็อตเก่าถูกวางซ้อนทับอยู่ด้านในสุดของชั้นวาง พนักงานหยิบสินค้าจึงเสียเวลาไปกับการยกสินค้าล็อตใหม่ออกก่อนเพื่อเข้าถึงล็อตเก่าที่ต้องนำออกก่อนตามข้อกำหนดค่ะ

ปัญหานี้อาจทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อพื้นที่คลังสินค้ามีขนาดมากกว่า 500 ตารางเมตร ซึ่งการจำตำแหน่งจัดเก็บด้วยตัวเองไม่สามารถทำได้อย่างแม่นยำ ความสับสนในตำแหน่งจัดเก็บเป็นปัจจัยที่ทำให้กระบวนการเตรียมจัดส่งสินค้าล่าช้าออกไปในแต่ละออเดอร์ โดยเฉพาะคลังสินค้าที่ต้องรองรับสินค้าจำนวนมาก

การใช้ระบบคอมพิวเตอร์และ WMS ช่วยจัดการคลังสินค้าแบบ FIFO

FIFO คือวิธีจัดการสต๊อกที่ระบายสินค้าเก่าออกก่อน พร้อมป้ายวันผลิตและวันหมดอายุบนกล่อง

ระบบจัดการคลังสินค้าหรือ WMS เป็นเครื่องมือควบคุมทิศทางการเคลื่อนย้ายสินค้าในคลังให้เป็นไปตามหลักการเข้าก่อนออกก่อน ระบบคอมพิวเตอร์จะประมวลผลข้อมูลการรับเข้าและจัดส่งสินค้าโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยควบคุมและลดข้อผิดพลาดจากมนุษย์ในการจับคู่ล็อตสินค้าที่ต้องนำออกสู่ตลาดก่อนตามวันนำเข้าจริงค่ะ

ซอฟต์แวร์ช่วยระบุตำแหน่งชั้นวางและบันทึกข้อมูลแบบเรียลไทม์

ซอฟต์แวร์ระบบ WMS มีส่วนช่วยล็อกพิกัดจัดเก็บสินค้าและนำทางพนักงานไปยังตำแหน่งที่เก็บสินค้าล็อตเก่าสุดเพื่อหยิบส่งออกแบบ FIFO ได้อย่างแม่นยำ การบริหารพื้นที่จัดเก็บสามารถทำได้ผ่านฟังก์ชันการทำงานของระบบบนหน้าจอ Data Collector แบบพกพาหน้างาน

  • การระบุพิกัดแบบเรียลไทม์ แสดงตำแหน่งชั้นวาง แถว และระดับชั้นเก็บสินค้าแต่ละล็อตทันทีที่มีการรับเข้าคลัง
  • การจัดลำดับรายการหยิบสินค้า ระบบจะเรียงรายการตามตำแหน่งจัดเก็บของสินค้าล็อตเก่า เพื่อให้พนักงานเดินเก็บได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องเดินวน
  • การตรวจสอบประวัติย้อนหลัง บันทึกเวลาเข้าออกและข้อมูลพนักงานผู้หยิบสินค้า เพื่อเป็นแนวทางควบคุมความถูกต้องในการส่งมอบ

การทำงานร่วมกับระบบคลาวด์ช่วยให้ข้อมูลอัปเดตตามเวลาจริงเมื่อพนักงานสแกนย้ายสินค้า การตรวจสอบความถูกต้องผ่านระบบนี้เป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยควบคุมระยะเวลาค้นหาตำแหน่งสินค้าให้ลดลงได้ พนักงานใหม่สามารถเรียนรู้วิธีการใช้ระบบจัดการคลังสินค้าได้ไวขึ้น

การนำบาร์โค้ดมาใช้เพื่อช่วยลดข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงาน

การติดระบบบาร์โค้ดบนสินค้าทุกชิ้นช่วยป้องกันปัญหาการหยิบสินค้าผิดล็อตหรือสลับชิ้นกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการยิงสแกนยืนยันความถูกต้องแบบเรียลไทม์ค่ะ

เมื่อพนักงานสแกนรหัสสินค้า ระบบจะตรวจสอบข้อมูลให้ตรงตามใบสั่งซื้อโดยอัตโนมัติ หากมีการหยิบสินค้าผิดชิ้นหรือผิดล็อต ระบบจะส่งเสียงเตือนและล็อกหน้าจอทันทีเพื่อเป็นแนวทางควบคุมโอกาสการส่งของผิดพลาดไปยังลูกค้าปลายทาง

รหัสบาร์โค้ดยังทำงานร่วมกับระบบ WMS เพื่อระบุตำแหน่งการหยิบสินค้าตามลำดับ FIFO เจ้าหน้าที่เพียงเดินไปสแกนโค้ดประจำชั้นวางตามพิกัดระบุ เช่น ชั้นวางแถว A1-B3 เพื่อหยิบสินค้าล็อตผลิตวันที่ 10 มกราคม ออกไปก่อนล็อตผลิตวันที่ 20 มกราคม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจัดการคลังสินค้า FIFO

กิจการขนาดเล็กจำเป็นต้องใช้โปรแกรมจัดการสต็อกตั้งแต่เริ่มต้นเลยไหม ?

ธุรกิจไม่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมจัดการสต็อกตั้งแต่วันแรก หากปริมาณสต็อกสินค้ายังมีจำนวนน้อยและรายการสั่งซื้อไม่เกิน 50 รายการต่อวัน การบันทึกข้อมูลผ่านโปรแกรมตารางคำนวณสเปรดชีตยังคงเพียงพอสำหรับการคุมระบบ FIFO โดยใช้การจัดเรียงแถวตามวันและเวลาที่รับสินค้าเข้าคลังจริงค่ะ

เมื่อธุรกิจขยายตัวจนมีรายการสินค้ามากกว่า 100 รายการ หรือเริ่มกระจายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซมากกว่า 3 ช่องทาง การปรับมาใช้ระบบจัดการคลังสินค้าจะเป็นแนวทางป้องกันปัญหาสต็อกคลาดเคลื่อน พร้อมทั้งช่วยควบคุมอัตราการจัดส่งสินค้าผิดพลาดด้วยการทำงานร่วมกับระบบสแกนบาร์โค้ด

ธุรกิจสามารถเปลี่ยนวิธีคำนวณต้นทุนทางบัญชีระหว่างรอบปีได้ไหม ?

ธุรกิจ ไม่สามารถ เปลี่ยนวิธีคำนวณต้นทุนทางบัญชีระหว่างรอบปีบัญชีได้อย่างอิสระ เนื่องจากมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 2 เรื่องสินค้าคงเหลือ กำหนดให้กิจการต้องใช้นโยบายการบัญชีเดียวกันสำหรับสินค้าคงเหลือที่มีลักษณะและการใช้งานคล้ายคลึงกันอย่างสม่ำเสมอ

ถ้ากิจการต้องการเปลี่ยนวิธีการคำนวณราคาทุนสินค้าคงเหลือ เช่น จากวิธี FIFO เป็นวิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก กิจการจะต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรก่อน จึงจะสามารถเปลี่ยนวิธีดังกล่าวเพื่อใช้ในการคำนวณภาษีได้ ทั้งนี้ ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (6) ถ้าเปลี่ยนวิธีโดยไม่ได้รับอนุมัติ วิธีการคำนวณที่เปลี่ยนอาจไม่สามารถนำมาใช้ในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีได้ค่ะ

ถ้าพบสินค้าสูญหายหรือชำรุดระหว่างการจัดเก็บ ควรบันทึกข้อมูลอย่างไร ?

  1. ปรับยอดสต็อกในระบบ WMS หรือระบบจัดการคลังสินค้าทันที โดยเปลี่ยนสถานะสินค้าชิ้นนั้นเป็นสินค้าที่ไม่พร้อมจำหน่ายเพื่อระงับการจัดจ่ายตามลำดับ FIFO เป็นแนวทางป้องกันไม่ให้พนักงานหยิบสินค้าที่ชำรุดไป Packing ส่งให้แก่ลูกค้าปลายทาง
  2. ย้ายสินค้าที่เสียหายทางกายภาพออกจากชั้นวางปกติไปยังพื้นที่กักกันแยกเฉพาะทันที เพื่อลดโอกาสเกิดความสับสนในการนับสต็อกและหลีกเลี่ยงการนำไปวางปะปนกับสินค้าสภาพดีที่รอการจัดส่ง
  3. บันทึกรายงานรับรองความเสียหายพร้อมแนบหลักฐานภาพถ่าย ส่งต่อให้ฝ่ายบัญชีเพื่อลงบันทึกเป็นผลขาดทุนจากสินค้าชำรุดในงวดบัญชีปัจจุบันตามข้อกำหนดของมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 2

สรุป

การจัดการคลังสินค้าด้วยหลักการ FIFO เป็นแนวทางช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาสินค้าหมดอายุและเสื่อมสภาพ ระบบนี้มีส่วนช่วยควบคุมการหมุนเวียนสต็อกสินค้าให้เป็นระเบียบตามเวลาที่นำเข้าจริง การเปลี่ยนมาใช้ระบบบันทึกข้อมูลแบบดิจิทัลแทนกระดาษเป็นเครื่องมือช่วยควบคุมความผิดพลาดในการ Picking หรือหยิบสินค้าผิดชิ้น ซึ่งช่วยลดอัตราการหยิบของผิดพลาดลงได้ค่ะ

การเริ่มต้นปรับปรุงระบบคลังสินค้าสามารถทำได้ผ่านการเชื่อมต่อระบบ WMS ที่รองรับการระบุตำแหน่งชั้นวางแบบเรียลไทม์ ผู้ประกอบการที่สนใจพัฒนากระบวนการทำงาน สามารถติดต่อทีมงานเพื่อขอทดลองใช้งานระบบจัดการคลังสินค้าได้ค่ะ

    Share:
    Back to Blog

    Related Posts

    View All Posts »