· คลังสินค้าและ WMS  · 3 min read

SKU คืออะไร ย่อมาจากอะไร ? พร้อมวิธีตั้งรหัสสินค้าให้เข้าใจง่าย

ขายของออนไลน์แล้วหยิบของผิดบ่อย! ลองมาดูว่า SKU คืออะไร พร้อมวิธีตั้งรหัสสินค้าแบบง่าย ๆ ที่ช่วยให้ระบบคลังหลังบ้านเป็นระเบียบขึ้นทันที

ขายของออนไลน์แล้วหยิบของผิดบ่อย! ลองมาดูว่า SKU คืออะไร พร้อมวิธีตั้งรหัสสินค้าแบบง่าย ๆ ที่ช่วยให้ระบบคลังหลังบ้านเป็นระเบียบขึ้นทันที

Key Takeaways

  • SKU คือ รหัสหน่วยเก็บสินค้าที่กำหนดขึ้นเฉพาะตัวเพื่อจำแนกความแตกต่างของสินค้าแต่ละรายการ ช่วยให้ระบบจัดการคลังสินค้ามีความถูกต้องมากขึ้น
  • การตั้งโครงสร้างรหัส SKU ให้เป็นระบบช่วยลดความผิดพลาดในกระบวนการทำงาน เช่น กระบวนการหยิบสินค้า (Picking) แพ็คสินค้า (Packing) และจัดส่งสินค้า สำหรับธุรกิจ E-commerce และระบบคลังสินค้า
  • รหัส SKU ช่วยให้ธุรกิจตรวจสอบและติดตามยอดสินค้าคงคลังได้แบบเรียลไทม์ ป้องกันปัญหาสินค้าขาดมือหรือค้างสต็อกสะสม
  • การออกแบบรหัส SKU ควรใช้ตัวเลขผสมตัวอักษรให้สั้นกระชับ สื่อถึงลักษณะของสินค้าได้ตรงจุด และหลีกเลี่ยงอักขระที่ทำให้อ่านสับสน

การจัดการคลังสินค้าที่มีของจำนวนมากสร้างความวุ่นวายให้กับร้านค้าออนไลน์เมื่อต้องเผชิญกับปัญหาสต๊อคคลาดเคลื่อน หยิบของผิดพลาด หรือไม่รู้ยอดคงเหลือแท้จริง เครื่องมือที่จะเข้ามาช่วยจัดระเบียบข้อมูลเหล่านี้คือการทำความเข้าใจว่า SKU คือ อะไร เพื่อเปลี่ยนรหัสซับซ้อนให้เป็นระบบระเบียบให้ทุกคนในทีมทำงานร่วมกันได้ถูกต้อง

Grid WMS จะอธิบายตั้งแต่ความหมาย วิธีตั้งรหัสสินค้าให้เข้าใจง่าย จนถึงความแตกต่างระหว่างรหัสรูปแบบต่าง ๆ ที่คนทำธุรกิจสับสนกันบ่อย เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการวางระบบหลังบ้านของร้านค้าร่วมกับฟีเจอร์ WMS ได้เต็มประสิทธิภาพ รองรับการเติบโตและการขยายช่องทางขายหลากหลายในอนาคตค่ะ

เลือกอ่านตามหัวข้อ

SKU คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรกับธุรกิจ ?

SKU คืออะไร ย่อมาจาก Stock Keeping Unit องค์ประกอบของรหัส และความต่างจาก Barcode

SKU คือรหัสเฉพาะสำหรับจำแนกสินค้าแต่ละรายการเพื่อประโยชน์ด้านการจัดการคลังสินค้าและการขายให้เป็นระบบ การตรวจนับสินค้าในระบบจะกลายเป็นเรื่องง่าย เมื่อนำรหัสนี้มาใช้ระบุรายละเอียดของตัวสินค้าเพื่อป้องกันความสับสนในการทำงาน ตัวอย่างที่เห็นภาพคือการคัดแยกเสื้อยืดสีดำไซส์ L ออกจากไซส์ M บนชั้นวางสินค้าได้ถูกต้องมากขึ้นค่ะ

คำว่า SKU ย่อมาจากอะไร ?

SKU ย่อมาจาก Stock Keeping Unit แปลตรงตัวได้ว่าหน่วยสำหรับนับสินค้าคงคลังในระบบจัดการคลังสินค้า คำสามคำนี้ประกอบกันเพื่อทำหน้าที่เป็นรหัสระบุรายละเอียดของสินค้าเฉพาะตัว คำว่า Stock หมายถึงสินค้าพร้อมจำหน่าย ส่วน Keeping หมายถึงการเก็บรักษา และ Unit คือหน่วยนับแยกชิ้น ตัวอย่างการขายสินค้าแฟชั่นจะแยกสีและไซส์ออกจากกัน เช่น เสื้อยืดสีดำไซส์ L และไซส์ M จะมีรหัสต่างกันแยกออกจากกันค่ะ

ระบบบริหารจัดการสินค้าในกลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซและระบบคลังสินค้า ที่นำรหัสสากลนี้ไปใช้ร่วมกับซอฟต์แวร์จัดการร้านค้าออนไลน์ ร้านค้าสามารถออกแบบตัวเลขผสมตัวอักษรภาษาอังกฤษเพื่อนำไปบันทึกข้อมูลในระบบจัดการคลังสินค้าสำเร็จรูปประเภท WMS หรือระบบ ERP สำหรับธุรกิจ 

องค์ประกอบข้อมูลที่ซ่อนอยู่ในรหัส SKU

โครงสร้างของรหัส SKU คือการนำข้อมูลเฉพาะของสินค้ามาเรียงต่อกันเป็นรหัสสั้น ๆ เพื่อให้ระบุตัวตนของสินค้าชิ้นนั้นได้ โครงสร้างพื้นฐานเริ่มต้นจากข้อมูลกลุ่มใหญ่สุดไล่ไปจนถึงคุณลักษณะเฉพาะทางกายภาพ เพื่อให้พนักงาน Picking อ่านเข้าใจง่าย ส่วนประกอบหลักประกอบด้วย

  • รหัสแบรนด์หรือผู้ผลิต เพื่อจำแนกประเภทคู่ค้าหลัก
  • รหัสประเภทหรือหมวดหมู่ย่อยของสินค้า เพื่อความเป็นระเบียบในการจัดวางบนชั้น
  • รหัสคุณลักษณะภายนอก เช่น สี วัสดุ ขนาด หรือปริมาตรบรรจุภัณฑ์

การนำองค์ประกอบเหล่านี้มาผสมกันจะเกิดเป็นรหัสสื่อความหมาย เช่น การตั้งรหัสกระเป๋าเป้สะพายหลังแบรนด์ Anello สีน้ำเงิน ขนาดใหญ่ จะใช้รหัส AN-BP-BL-L ช่วยลดระยะเวลาฝึกสอนพนักงานใหม่ในคลังสินค้าค่ะ 

ความต่างระหว่าง SKU กับ Barcode ที่หลายคนมักเข้าใจผิด

SKU คือรหัสควบคุมสินค้าภายในที่แต่ละร้านค้าตั้งขึ้นเอง เพื่อระบุรายละเอียดเฉพาะตัวของสินค้าแต่ละชิ้น ส่วนบาร์โค้ดเป็นรหัสมาตรฐานสากลที่ใช้ระบบเส้นขนานในการสแกนผ่านระบบชำระเงินของห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าปลีกทั่วไป

ลักษณะความต่าง

SKU

Barcode (EAN หรือ UPC)

การตั้งรหัส

ร้านค้ากำหนดรหัสได้เองแบบอิสระ

ต้องยื่นขอรับรหัสจากสถาบันรหัสสากล GS1

รูปแบบรหัส

ตัวอักษรผสมตัวเลขบอกขนาดและสี

แถบสแกนแนวตั้งคู่กับตัวเลขจำนวน 13 หลัก

การอ่านข้อมูล

พนักงานอ่านรหัสแล้วเข้าใจความหมายทันที

ต้องใช้เครื่องสแกนเลเซอร์ในการอ่านค่าข้อมูล

ประโยชน์ที่ได้จากการทำระบบ SKU คืออะไร ทำไมคนขายของถึงต้องใช้ ?

SKU คือรหัสที่ช่วยเช็คสต๊อกถูกต้อง หาของไวเมื่อจัดส่ง และรวมข้อมูลหลังบ้าน

การทำระบบ SKU เป็นเครื่องมือจัดการข้อมูลหลังบ้านเพื่อเปลี่ยนข้อมูลสินค้าซับซ้อนให้กลายเป็นรหัสอ่านง่ายและเป็นระเบียบ ช่วยควบคุมต้นทุนและขยายช่องทางจัดจำหน่ายของร้านค้า ระบบนี้ลดขั้นตอนการทำงานซ้ำซ้อนของพนักงานคลังสินค้า พร้อมสนับสนุนการเชื่อมต่อข้อมูลเข้ากับระบบ ERP และโปรแกรม WMS ค่ะ

เช็คจำนวนสต๊อคสินค้าคงเหลือได้ถูกต้อง

การใช้รหัส SKU ช่วยควบคุมจำนวนสินค้าคงคลังให้ตรงกับความเป็นจริงผ่านระบบตัดสต๊อคอัตโนมัติทุกครั้งที่มีการซื้อขายเกิดขึ้น รหัสเฉพาะนี้ช่วยลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน ทำให้เราทราบจำนวนสินค้าคงเหลือที่แท้จริงในระบบได้ทันที และช่วยให้การตรวจนับสต๊อกแบบ Cycle Count ทำได้ง่ายขึ้น ระบบจะแจ้งเตือนเมื่อสินค้าชิ้นนั้นลดลงถึงจุดวิกฤตเพื่อป้องกันปัญหา สินค้าหมดสต๊อค

เมื่อเชื่อมต่อรหัสนี้เข้ากับระบบหลังบ้านของแพลตฟอร์มขายสินค้าต่าง ๆ ยอดสต๊อคจะถูกหักออกพร้อมกันแบบเรียลไทม์ทันทีที่มีคำสั่งซื้อเข้ามา ร้านค้าที่ขายสินค้าที่มีตัวเลือกย่อยหลากหลายจึงไม่ต้องกังวลเรื่องข้อมูลคลาดเคลื่อน ตัวอย่างเช่น ร้านขายเสื้อเชิ้ตที่มี 6 เฉดสี และ 4 ขนาด สามารถติดตามยอดขายแยกรายสีและไซส์ได้อย่างถูกต้องและไวขึ้นค่ะ

หาของในคลังเจอไว หยิบสินค้าจัดส่งไม่พลาด

เลข SKU คือรหัสที่ช่วยลดระยะเวลาทำงานในคลังสินค้า ด้วยการระบุตำแหน่งจัดวางของได้อย่างถูกต้องมากขึ้น ซึ่งต่อยอดไปสู่การจัดตำแหน่งจัดเก็บแบบ Slotting ได้โดยตรง พนักงานแพ็คของเพียงแค่มองรหัสรหัสเดียวก็ทราบได้ทันทีว่าต้องเดินไปหยิบของจากชั้นวางแถวไหน ล็อกที่เท่าไหร่ โดยไม่ต้องสับสนกับสินค้าที่มีลักษณะภายนอกคล้ายกันค่ะ

การจัดหมวดหมู่สินค้าด้วยรหัสที่บอกประเภท สี และไซส์อย่างเป็นระบบช่วยป้องกันปัญหาหยิบของผิดสเปกส่งให้ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบนี้ช่วยลดอัตราการตีคืนสินค้าจากการส่งผิดพลาด ในการทำงานจริงพนักงานสามารถใช้เครื่องสแกนพกพาหรือ Data Collector อ่านรหัสบนกล่องเพื่อยืนยันความถูกต้องก่อนปิดกล่องส่งพัสดุผ่านขนส่งเอกชน

ช่วยรวมข้อมูลหลังบ้านเวลาขายหลายช่องทางออนไลน์

การใช้รหัสสินค้าชุดเดียวกันเชื่อมโยงข้อมูลสต๊อคสินค้าจากแพลตฟอร์มต่าง ๆ เข้าด้วยกันทำให้ร้านค้าจัดการระบบหลังบ้านได้ง่ายขึ้นเมื่อขายสินค้าบน Shopee Lazada และ TikTok Shop พร้อมกัน ซึ่งเป็นหลักการของ Ecommerce WMS โดยตรง ระบบจัดการร้านค้าออนไลน์จะใช้รหัสนี้เป็นตัวกลางเชื่อมต่อและตัดสต๊อคอัตโนมัติทันทีเมื่อมีคำสั่งซื้อเข้ามาจากแพลตฟอร์มเหล่านั้น

วิธีนี้ช่วยป้องกันปัญหาการขายสินค้าเกินจำนวนสต๊อคจริงในคลังสินค้า ซึ่งมักส่งผลเสียต่อคะแนนร้านค้าออนไลน์อย่างรุนแรง เรายังสามารถนำข้อมูลรหัสสินค้าไปดึงรายงานสรุปยอดขายเพื่อเปรียบเทียบช่องทางการจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพสูงสุดได้ทันทีผ่านระบบจัดการคลังสินค้า ซอฟต์แวร์ประเภท ERP หรือระบบสต๊อคสินค้าหลังบ้านทั่วไปค่ะ

วิธีตั้งรหัสสินค้า SKU ให้เป็นระเบียบและจำง่าย

การจัดระบบรหัสสินค้าให้มีประสิทธิภาพเริ่มต้นจากการออกแบบโครงสร้างให้พนักงานทุกคนเข้าใจตรงกัน การกำหนดสัญลักษณ์แทนข้อมูลสินค้าเพื่อนำมาเรียงต่อกันเป็นรหัสชุดเดียวช่วยป้องกันความสับสนในการ Picking และลดเวลาคีย์ข้อมูลลงโปรแกรมจัดการสต๊อคสินค้าค่ะ

การใช้อักษรย่อเพื่อแบ่งหมวดหมู่สินค้าหลัก

การใช้อักษรย่อภาษาอังกฤษ 2 ถึง 3 ตัวอักษรในส่วนแรกของรหัส SKU ช่วยแยกแยะกลุ่มสินค้าขนาดใหญ่ในคลังสินค้าให้ง่ายขึ้นไม่ต้องเสียเวลาอ่านชื่อสินค้าเต็ม 

การกำหนดตัวย่อสื่อถึงประเภทสินค้าโดยตรง เช่น TS สำหรับเสื้อยืด หรือ HD สำหรับหูฟัง ช่วยลดความผิดพลาดของพนักงาน Picking การเลือกใช้ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดช่วยป้องกันความสับสนระหว่างตัวอักษรคล้ายกันเช่นตัวไอพิมพ์เล็กและตัวแอลพิมพ์ใหญ่บนหน้าจอระบบสต๊อคสินค้าค่ะ

การจัดหมวดหมู่ด้วยอักษรย่อกลุ่มแรกช่วยให้ระบบ POS ค้นหารายงานยอดขายประจำเดือนแยกตามประเภทง่ายขึ้น เช่น การเรียกดูเฉพาะรหัสสินค้าขึ้นต้นด้วยหมวด ST เพื่อประเมินความต้องการซื้อสินค้ากลุ่มเครื่องเขียนในไตรมาสแรก

การระบุรายละเอียดหรือคุณสมบัติเฉพาะลงในรหัส

การใส่รายละเอียดหรือคุณสมบัติเฉพาะลงในรหัส SKU ทำได้โดยการดึงลักษณะเด่นของสินค้าที่ลูกค้าใช้เลือกซื้อจริงมาแปลงเป็นอักษรย่อตัวพิมพ์ใหญ่ภาษาอังกฤษหรือตัวเลขสั้น ๆ วิธีนี้ช่วยลดความสับสนในการหยิบสินค้าที่มีความคล้ายคลึงกันในคลังสินค้า เราควรเลือกเฉพาะข้อมูลที่มีผลต่อการแยกความต่างอย่างชัดเจน เช่น สี ขนาด หรือวัสดุหลัก

การเรียงลำดับรหัสควรเริ่มจากลักษณะทางกายภาพใหญ่ที่สุดไปหาจุดย่อยที่สุดเสมอ ตัวอย่างการจัดการเสื้อยืดสีดำขนาดใหญ่พิเศษใช้รหัส TS-BLK-XL ย่อมาจาก T-Shirt, Black และ Extra Large เพื่อให้พนักงาน Picking หยิบของได้ถูกต้องค่ะ

สิ่งที่ควรเลี่ยงเวลาตั้งรหัสเพื่อป้องกันคนทำงานสับสน

การออกแบบรหัส SKU ที่ดีต้องหลีกเลี่ยงจุดผิดพลาดทางกายภาพและการจัดวางตัวอักษรเพื่อไม่ให้พนักงานคลังสินค้าสับสนเวลาจัดเตรียมออเดอร์

  • การใช้ตัวอักษรรูปร่างคล้ายตัวเลข เช่น ตัวอักษรโอตัวใหญ่ (O) กับเลขศูนย์ (0) หรือตัวไอตัวใหญ่ (I) กับเลขหนึ่ง (1) ทำให้อ่านรหัสผิดพลาดเวลาสแกนสายตาผ่านหน้าใบ Pick list
  • การใส่สัญลักษณ์พิเศษ เช่น เครื่องหมายทับ (/) หรือเครื่องหมายคำถาม (?) ระบบฐานข้อมูลโปรแกรม Excel จะตีความสัญลักษณ์เหล่านี้เป็นสูตรคำนวณส่งผลให้ข้อมูลสต๊อคสินค้าเกิดความคลาดเคลื่อน
  • การตั้งรหัสยาวเกิน 12 หลัก สร้างความยากลำบากในการจดจำและเพิ่มอัตราความผิดพลาดในการป้อนข้อมูลเข้าระบบหลังบ้านผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟนของพนักงาน Packing

ตัวอย่างการตั้งรหัส SKU สำหรับสินค้าแต่ละประเภท

SKU คือรหัสที่ตั้งต่างกันตามประเภทสินค้า ทั้งหมวดแฟชั่น เครื่องสำอาง และอุปกรณ์ไอที

การสร้างรหัส SKU ของสินค้าแต่ละประเภทมีโครงสร้างเฉพาะตัวปรับเปลี่ยนตามลักษณะทางกายภาพและการใช้งานจริง การวางระบบรหัสสินค้าช่วยลดอัตราความผิดพลาดในการ Packing ภายในคลังสินค้าลงได้ค่ะ 

เราสามารถประยุกต์โครงสร้างรหัสให้เหมาะสมกับธรรมชาติของธุรกิจแต่ละประเภทเพื่อช่วยควบคุมสต๊อคสินค้าคงเหลือผ่านแนวทางการตั้งรหัสของกลุ่มสินค้าแฟชั่น ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว และอุปกรณ์ไอที เพื่อให้เจ้าหน้าที่จัดส่งระบุตำแหน่งสินค้าได้ไวขึ้น

ดูระบบสำหรับค้าปลีก : ระบบ WMS สำหรับธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง

ตัวอย่างการทำรหัสสำหรับร้านเสื้อผ้าแฟชั่น

การตั้งรหัส SKU สำหรับร้านเสื้อผ้าแฟชั่นใช้โครงสร้างยึดตามประเภทเสื้อผ้า คอลเลกชัน สี และไซส์ เพื่อให้ง่ายต่อการแยกแยะสินค้าในสต๊อค การนำองค์ประกอบเหล่านี้มาเขียนเรียงต่อกัน คั่นกลางด้วยเครื่องหมายยัติภังค์เพื่อแบ่งกลุ่มข้อมูล ช่วยให้พนักงานคลังสินค้าอ่านเข้าใจง่ายทันที 

การแบ่งส่วนประกอบของรหัสออกมาเป็น 4 ส่วนหลักช่วยให้ระบบหลังบ้านและพนักงานคลังสินค้าทำงานร่วมกันแบบไม่มีข้อผิดพลาด การเรียงลำดับจากหมวดหมู่ใหญ่สุดไปหาส่วนย่อยสุดทำให้พนักงานใหม่ค้นหาและจัดวางเสื้อยืดสีดำไซส์ M รหัส TS-SUM-BK-M บนชั้นวางแถวที่ 4 ได้ถูกต้องค่ะ

โครงสร้างรหัสเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสำหรับคอลเลกชันฤดูร้อน สีขาว ไซส์ L จะถูกแปลงเป็นรหัส SH-SUM-WH-L มีวิธีการไล่เรียงลำดับเพื่อนำตัวย่อมาต่อกันในรูปแบบตารางด้านล่าง

ลำดับการต่อรหัส

รายละเอียดสินค้า

ตัวย่อที่ใช้

รหัสที่ได้

ลำดับที่ 1

ประเภทเสื้อเชิ้ต (Shirt)

SH

SH

ลำดับที่ 2

คอลเลกชันฤดูร้อน (Summer)

SUM

SH-SUM

ลำดับที่ 3

สีขาว (White)

WH

SH-SUM-WH

ลำดับที่ 4

ขนาดใหญ่ (Large)

L

SH-SUM-WH-L

ตัวอย่างการทำรหัสสำหรับร้านเครื่องสำอาง

การตั้งรหัส SKU สำหรับร้านเครื่องสำอางเน้นระบุประเภทสินค้า เฉดสี และขนาดความจุ เพื่อป้องกันความสับสนจากสินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์ภายนอกคล้ายกัน ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือเมคอัพส่วนใหญ่ใช้ขวดดีไซน์เดียวกันในหนึ่งคอลเลกชัน การใช้ระบบรหัสระบุคุณสมบัติตัวสินค้าช่วยให้พนักงาน Picking หยิบของถูกต้องกรณีวางอยู่บนชั้นเดียวกัน 

การเรียงรหัสจากประเภทสินค้าไปจนถึงขนาดปริมาณช่วยลดอัตราการส่งของผิดเฉดสี การใช้รหัสตัวย่อเช่น 30M หรือ 5G ช่วยให้ตรวจสอบยอดขายของสินค้าขนาดทดลองเปรียบเทียบกับขนาดจริงเพื่อวางแผนเติมสินค้าในคลังสำหรับรองรับคำสั่งซื้อช่วงเทศกาลลดราคาประจำปีได้ถูกต้องค่ะ

ประเภทสินค้า

รายละเอียดเฉดสี/ปริมาณ

รหัส SKU

รองพื้นเนื้อแมตต์ (Foundation)

โทนสีธรรมชาติ เบอร์ 21 ขนาด 30 มิลลิลิตร

FD-MAT-21-30M

ลิปสติกเนื้อกำมะหยี่ (Lipstick)

สีแดงเชอร์รี เบอร์ 05 ขนาด 5 กรัม

LP-VEL-05-5G

ตัวอย่างการทำรหัสสำหรับร้านอุปกรณ์ไอที

การตั้งรหัสสำหรับสินค้าไอทีต้องเน้นระบุข้อมูลสเปกเฉพาะทาง เช่น แบรนด์ ประเภทอุปกรณ์ และความจุ เพื่อจำแนกความแตกต่างของสินค้าที่มีโมเดลใกล้เคียงกันให้ถูกต้อง 

การใช้ตัวย่อภาษาอังกฤษสื่อถึงประเภทสินค้า แบรนด์ และลักษณะเฉพาะตัวตามตาราง ช่วยให้พนักงานคลังสินค้าค้นหาฮาร์ดดิสก์หรือโน้ตบุ๊กรุ่นต่าง ๆ ในระบบจัดเก็บข้อมูลได้ไวขึ้น พนักงานสามารถ Picking สินค้าตามใบสั่งซื้อได้ถูกต้อง ไม่ต้องเสียเวลาแกะกล่องเช็ครายละเอียดด้านในเพิ่มเติมค่ะ

ประเภทสินค้า

สเปกและรายละเอียด

รหัส SKU ที่แนะนำ

โน้ตบุ๊ก Asus

หน้าจอ 15 นิ้ว แรม 16GB สีดำ

NB-AS-15-RAM16-BK

คีย์บอร์ด Logi

ไร้สาย คีย์แคปไทย สีขาว

KB-LG-WL-TH-WH

ฮาร์ดดิสก์ WD

ความจุ 1TB แบบพกพา สีน้ำเงิน

HD-WD-1TB-EX-BL

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจัดการและใช้งานระบบ SKU

ร้านค้าออนไลน์ขนาดเล็กจำเป็นต้องทำระบบรหัสสินค้าไหม ?

ร้านค้าออนไลน์ขนาดเล็กจำเป็นต้องทำระบบรหัสสินค้าตั้งแต่เริ่มต้นเพื่อป้องกันปัญหาความสับสนในการจัดการสต๊อคสินค้าเมื่อธุรกิจเติบโต การมีรหัสช่วยลดเวลาทำงานระบุตัวตนสินค้าที่มีความใกล้เคียงกัน เช่น เสื้อยืดสีขาวไซส์ S และไซส์ M ทำให้พนักงานหยิบของแพ็คส่งได้ถูกต้องไวขึ้น 

การจัดทำระบบรหัสนี้ช่วยให้เชื่อมต่อกับโปรแกรมจัดการร้านค้าหรือระบบตัดสต๊อคอัตโนมัติได้ง่ายขึ้น การเริ่มต้นตั้งรหัสสินค้าตั้งแต่วันแรกที่ร้านยังมีสินค้าไม่เกิน 30 รายการ จะช่วยลดขั้นตอนความยุ่งยากในการไล่แก้ไขข้อมูลย้อนหลังเมื่อปริมาณสินค้าเพิ่มเป็นหลักร้อยรายการค่ะ

ลงขายสินค้าหลายแพลตฟอร์ม ต้องใช้รหัสเดียวกันทั้งหมดหรือไม่ ?

การลงขายสินค้าหลายแพลตฟอร์มจำเป็นต้องใช้รหัส SKU เดียวกันทั้งหมดเพื่อป้องกันความสับสนในการจัดการสต๊อคสินค้าหลังบ้าน ระบบตัดสต๊อคอัตโนมัติหรือโปรแกรมจัดการร้านค้าจะเชื่อมโยงข้อมูลผ่านรหัส SKU เดียวกันนี้เพื่ออัปเดตจำนวนสินค้าคงเหลือแบบเรียลไทม์ หากใช้รหัสต่างกัน ระบบจะไม่สามารถจับคู่สินค้าประเภทเดียวกันได้ ส่งผลให้เกิดปัญหาสต๊อคคลาดเคลื่อนและเกิดการขายสินค้าเกินจำนวนจริงค่ะ

หากเราขายเสื้อยืดสีดำไซส์ L บน Shopee Lazada และ TikTok Shop เราควรกำหนดรหัสเป็น TS-BLK-L เหมือนกันทุกช่องทาง การใช้รหัสเดียวกันช่วยให้พนักงานแพ็กของจัดเตรียมสินค้าได้ถูกต้องและไวขึ้น ทั้งยังช่วยให้เจ้าของธุรกิจดึงรายงานยอดขายรวมถึงอัตราการหมุนเวียนของสินค้ามาวิเคราะห์ร่วมกันได้อย่างถูกต้องผ่านแดชบอร์ดโปรแกรมจัดการร้านค้าออนไลน์ระบบเดียว

ดูโซลูชันสำหรับร้านออนไลน์ : WMS E-Commerce คลังสินค้าสำหรับธุรกิจขายออนไลน์

ใครควรเป็นคนจัดการและตั้งรหัสสินค้าให้กับร้าน ?

เจ้าของธุรกิจหรือผู้ดูแลคลังสินค้าที่เข้าใจภาพรวมของระบบสินค้าทั้งหมดควรเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการออกแบบและตั้งรหัส SKU เพื่อรักษามาตรฐานโครงสร้างรหัสให้เป็นระบบเดียวกัน การปล่อยให้ทีมงานหลายคนตั้งรหัสสินค้าเองโดยไม่มีข้อตกลงร่วมกันก่อให้เกิดปัญหาตั้งชื่อซ้ำซ้อนหรือใช้ตัวย่อไม่ตรงกัน ส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบตัดสต๊อคอัตโนมัติค่ะ

สำหรับธุรกิจขนาดกลางขึ้นไปที่มีการแบ่งแผนกชัดเจน หัวหน้าฝ่ายจัดซื้อหรือหัวหน้าคลังสินค้าควรรับหน้าที่เป็นผู้สร้างรหัสหลักเพียงผู้เดียว โดยอ้างอิงข้อมูลคุณสมบัติสินค้าจากฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือฝ่ายขาย การจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงระบบสร้างรหัสสินค้าให้เฉพาะพนักงานที่เกี่ยวข้องเพียง 1-2 คน ผ่านโปรแกรมจัดการคลังสินค้า จะช่วยลดอัตราความผิดพลาดในการคีย์ข้อมูลลงได้

สรุป

การตั้งรหัส SKU คือ ระบบที่ช่วยจัดระเบียบสินค้าในคลังให้เป็นระบบ ลดความผิดพลาดในการหยิบและแพ็กของได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจำแนกประเภทตามสี ไซส์ หรือรูปแบบต่าง ๆ ทำให้การตรวจเช็คสต๊อคคงเหลือมีความถูกต้องมากขึ้น ร้านค้าสามารถนำข้อมูลตัวเลขเหล่านี้ไปใช้วางแผนเติมสินค้าได้ทันเวลา

สำหรับร้านค้าที่ต้องการยกระดับการทำงานให้เป็นระบบสากล สามารถเริ่มต้นออกแบบโครงสร้างรหัสสินค้าตามหมวดหมู่ใช้งานจริงได้ทันที หรือเลือกใช้ระบบจัดการคลังสินค้าเพื่อเชื่อมต่อข้อมูลหลังบ้านของทุกแพลตฟอร์มแบบเรียลไทม์ได้ค่ะ

    Share:
    Back to Blog

    Related Posts

    View All Posts »