· โลจิสติกส์และซัพพลายเชน · 3 min read
Packing list คืออะไร ? ทำความเข้าใจข้อแตกต่างจาก invoice และ slip
ส่งออกต้องรู้! Packing list คืออะไร ? ทำความเข้าใจข้อแตกต่างจาก invoice และ slip ก่อนโดนค่าปรับบานปลาย พร้อมตัวช่วยระบบคลังสินค้าที่ได้มาตรฐาน

Key Takeaways
- Packing List เอกสารระบุรายละเอียดสินค้าในกล่องบรรจุภัณฑ์อย่างละเอียด ช่วยให้การตรวจสอบความถูกต้องก่อนจัดส่งเป็นไปอย่างแม่นยำและไวขึ้น
- การบันทึกข้อมูลและออกเอกสารผ่านระบบอัตโนมัติช่วยลดความผิดพลาดจากกระบวนการทำงานแบบเดิม ๆ ลงได้
- การระบุรหัสสินค้าและจำนวนที่ถูกต้องช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ร่วมกับระบบ WMS นำเข้าส่งออก สำหรับธุรกิจทุกขนาด
- ข้อมูลที่ครบถ้วนบนเอกสารช่วยสร้างความโปร่งใส และเพิ่มความสะดวกในการตรวจรับสินค้าของคู่ค้าปลายทาง
การจัดส่งสินค้าข้ามพรมแดนหรือการส่งพัสดุจำนวนมากมักสร้างความปวดหัวเมื่อเกิดปัญหาสินค้าสูญหาย หรือข้อมูลไม่ตรงกับที่สำแดงต่อศุลกากร การเตรียมเอกสาร Packing List หรือใบรายการบรรจุสินค้าที่ไม่ถูกต้องกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความล่าช้าและค่าปรับราคาแพงที่ผู้ประกอบการหลายคนต้องจ่ายไปโดยไม่จำเป็น ปัญหาสินค้าติดค้างอยู่ที่ท่าเรือและด่านตรวจขนส่งสร้างผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของธุรกิจทันที
บทความนี้จาก Grid WMS จะพาไปดูว่า Packing list คืออะไร และต่างจาก invoice กับ slip อย่างไร พร้อมเปรียบเทียบข้อมูลเพื่อให้ใช้งานได้ถูกต้องตามระเบียบศุลกากร เราได้รวบรวมตัวอย่างความเสียหายที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งจากการสำแดงข้อมูลผิดพลาดทางศุลกากร และขั้นตอนป้องกันความล่าช้าในการเคลียร์สินค้าผ่านด่านท่าเรือกับสนามบินค่ะ
เลือกอ่านตามหัวข้อ
- Packing list คือเอกสารอะไร ?
- Invoice packing list คืออะไร ?
- Invoice packing list ใช้งานตอนไหน ?
- ความแตกต่างของ Packing list และ Packing slip คืออะไร ?
- การนำ Packing list ไปใช้งานในขั้นตอนขนส่งสินค้าต่างแดน
- ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นเมื่อเตรียมเอกสารผิดพลาด
- แนวทางลดความผิดพลาดในการทำเอกสารด้วยระบบคลังสินค้า
- สรุป
Packing list คือเอกสารอะไร ?

Packing List คือเอกสารแสดงรายละเอียดการบรรจุสินค้าที่ระบุว่าในแต่ละกล่อง หรือตู้คอนเทนเนอร์มีสินค้าอะไรบ้าง จำนวนเท่าใด และมีน้ำหนักเท่าไหร่ เอกสารนี้ออกโดยผู้ส่งออกเพื่อใช้เป็นคู่มือตรวจรับสินค้าสำหรับผู้นำเข้ากับเจ้าหน้าที่ศุลกากรระหว่างการขนส่งผ่านด่านภาษี
เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะใช้เอกสารฉบับนี้เพื่อสุ่มตรวจตู้สินค้าว่าตรงกับเอกสารสำแดงหรือไม่ โดยเฉพาะการขนส่งทางเรือที่ใช้ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต หรือ 40 ฟุต ซึ่งต้องใช้ข้อมูลน้ำหนักสุทธิและน้ำหนักรวมในการคำนวณค่าระวางเรือ และจัดวางตำแหน่งตู้บนเรือเพื่อความสมดุลของการเดินเรือ สินค้าที่บรรจุในหีบห่อต่าง ๆ จะได้รับการตรวจสอบไวขึ้นเมื่อข้อมูลในเอกสารนี้ตรงกับสินค้าจริงในตู้คอนเทนเนอร์ค่ะ
รายละเอียดข้อมูลที่จำเป็นต้องระบุอยู่ในใบแพ็คสินค้า
การจัดทำ Packing List ให้ถูกต้องและเป็นไปตามมาตรฐานของกรมศุลกากร จำเป็นต้องสำแดงข้อมูลการบรรจุหีบห่ออย่างครบถ้วนเพื่อป้องกันการกักสินค้าชั่วคราว รายละเอียดสำคัญที่ต้องระบุลงในเอกสาร มีข้อมูลหลักที่ขาดไม่ได้ ดังนี้
- ข้อมูลผู้ขายและผู้ซื้อปลายทางเพื่อระบุตัวตนของผู้เกี่ยวข้อง
- หมายเลขอ้างอิงและวันที่ออกเอกสารที่ตรงกับใบกำกับภาษี เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบย้อนกลับ
- จำนวนบรรจุภัณฑ์ที่ชัดเจน เช่น กล่อง กระสอบ หรือ พาเลท พร้อมรหัสสินค้าแต่ละรายการ
- น้ำหนักสุทธิและน้ำหนักรวมของตู้สินค้าทั้งหมด เพื่อใช้คำนวณพื้นที่จัดวางบนเรือขนส่งขนาด 40 ฟุต
- เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ข้างกล่องที่ใช้สำหรับระบุตู้สินค้า เพื่อแยกพัสดุประเภทต่าง ๆ ป้องกันการสลับตู้ขนส่ง
ข้อมูลทางเทคนิคทั้งหมดนี้จะถูกส่งต่อไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจปล่อยสินค้าที่ด่านท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อให้การเดินพิธีการศุลกากรขาออกไม่สะดุดค่ะ
Invoice packing list คืออะไร ?
Invoice packing list คือเอกสารควบรวมที่รวมใบกำกับสินค้าและใบรายการบรรจุสินค้าเข้าไว้ด้วยกันในแผ่นเดียว เพื่อลดขั้นตอนการจัดเตรียมเอกสารสำหรับการเดินพิธีการศุลกากรขนส่งระหว่างประเทศ
เอกสารรูปแบบนี้แสดงทั้งข้อมูลการชำระเงิน มูลค่าสินค้า รายละเอียดการแบ่งบรรจุหีบห่อ รวมถึงน้ำหนักสุทธิของสินค้าทุกชิ้นอย่างละเอียด หน่วยงานศุลกากรในกลุ่มประเทศคู่ค้า เช่น สหภาพยุโรป ยอมรับการใช้เอกสารรูปแบบควบรวมนี้เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของตู้นำเข้าสินค้าประเภทชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเสื้อผ้าสำเร็จรูปจำนวน 10,000 ชิ้น ได้ทันทีในหน้าเดียว
Invoice packing list ใช้งานตอนไหน ?

เราใช้เอกสารเหล่านี้ร่วมกันในขั้นตอนการทำเรื่องเดินพิธีการศุลกากรเพื่อนำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างประเทศ เจ้าหน้าที่ด่านตรวจจำเป็นต้องตรวจสอบเอกสารทั้งสองใบ เพื่อยืนยันความถูกต้องของสินค้าในตู้สินค้าก่อนอนุญาตให้ปล่อยของผ่านด่านตรวจ
การยื่นเอกสารคู่กันช่วยป้องกันความสับสนเรื่องการจัดหมวดหมู่พิกัดอัตราศุลกากรหรือระบบ HS Code 8 หลัก เอกสารแต่ละใบจะมีบทบาทการทำงานที่แยกจากกันชัดเจน ระหว่างเรื่องการชำระเงินกับข้อมูลการแพ็คสิ่งของบรรจุภายในตู้คอนเทนเนอร์ค่ะ
การทำหน้าที่ระบุยอดชำระเงินของ Invoice
Invoice ทำหน้าที่เป็นเอกสารเรียกเก็บเงินที่ระบุยอดมูลค่าสินค้า และเงื่อนไขการชำระเงินระหว่างคู่ค้าอย่างเป็นทางการ เอกสารนี้แสดงราคาต่อหน่วย ยอดรวมสุทธิ และข้อตกลงทางการค้าเพื่อยอดเงินที่ถูกต้อง ข้อมูลส่วนนี้แตกต่างจาก Packing List ที่มุ่งเน้นเรื่องปริมาณกับลักษณะกล่องบรรจุสินค้าเป็นหลัก
ยอดเงินในเอกสารจะถูกส่งต่อให้แผนกบัญชีใช้ยื่นชำระภาษีและดำเนินงานผ่านพิธีการศุลกากรปลายทาง การระบุตัวเลขราคาที่ชัดเจนช่วยลดความล่าช้าในการตรวจสอบราคาสำแดงของเจ้าหน้าที่ตรวจปล่อยสินค้า รายละเอียดเหล่านี้มักแสดงควบคู่กับเงื่อนไขการส่งมอบสินค้าตามมาตรฐาน Incoterms 2020 เช่น FOB หรือ CIF เพื่อระบุขอบเขตความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการขนส่งของแต่ละฝ่าย
การทำหน้าที่ระบุรายละเอียดสินค้าในกล่องของ Packing list
Packing list ทำหน้าที่แจงรายละเอียดสิ่งของที่บรรจุอยู่ภายในบรรจุภัณฑ์แต่ละกล่องอย่างแม่นยำ เพื่อให้ผู้รับกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบชนิดสินค้าได้ไวโดยไม่ต้องสุ่มเปิดกล่องทุกใบ เอกสารนี้ระบุข้อมูลภายนอกเช่น หมายเลขกล่อง น้ำหนักสุทธิ น้ำหนักรวม และขนาดกว้างยาวสูงของหีบห่อแต่ละชิ้นอย่างชัดเจน การระบุข้อมูลแยกรายกล่องแบบนี้ช่วยป้องกันปัญหาสินค้าสูญหายระหว่างขนส่งข้ามพรมแดน
ตัวเลขอ้างอิงในเอกสารจะตรงกับรหัสสินค้าบนป้ายข้างกล่องเสมอ เช่น กล่องหมายเลข 001 ถึง 005 บรรจุชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จำนวนกล่องละ 500 ชิ้น ซึ่งช่วยให้เจ้าหน้าที่คลังสินค้าตรวจปล่อยสินค้าได้ตามกำหนดเวลา ยอดจำนวนรวมและน้ำหนักรวมในเอกสารนี้ต้องตรงกับตัวเลขในใบขนส่งสินค้าทางเรือเสมอ เพื่อป้องกันการถูกกักสินค้า ณ ด่านศุลกากรปลายทาง
ความแตกต่างของ Packing list และ Packing slip คืออะไร ?
Packing list และ Packing slip เป็นเอกสารแสดงรายการสินค้าที่มีจุดประสงค์การใช้งานและกลุ่มผู้รับสารปลายทางแตกต่างกันอย่างชัดเจน แม้ว่าเอกสารทั้งสองรูปแบบจะมีข้อมูลรายการสิ่งของที่บรรจุอยู่ภายในกล่องคล้ายกัน แต่โครงสร้างรายละเอียดและขั้นตอนการนำไปใช้ในระบบโลจิสติกส์นั้นมีความต่างกัน ในแง่ของกฎหมายการค้าระหว่างประเทศและการยืนยันยอดสินค้าปลายทาง เปรียบเทียบความแตกต่างพื้นฐานของเอกสารทั้งสองประเภทได้ผ่านตารางข้อมูลด้านล่างนี้
หัวข้อเปรียบเทียบ | Packing List | Packing Slip |
กลุ่มผู้ใช้งานหลัก | เจ้าหน้าที่ศุลกากร บริษัทขนส่งระหว่างประเทศ และผู้นำเข้าสินค้า | ผู้รับสินค้าปลายทาง และเจ้าหน้าที่แพ็คของในคลังสินค้า |
ข้อมูลเฉพาะที่ต้องระบุ | น้ำหนักรวม (Gross Weight) ปริมาตรคิวบิกเมตร (CBM) และข้อมูลตู้คอนเทนเนอร์ | รายการสินค้าค้างส่ง (Backordered items) และจำนวนชิ้นสินค้าที่จัดส่งจริง |
ขอบเขตการใช้งาน | การดำเนินพิธีการศุลกากรและการขนส่งระดับสากล | การตรวจสอบความถูกต้องของพัสดุในระบบ E-commerce และคลังสินค้าภายในประเทศ |
ข้อมูลรายละเอียดความแตกต่างเหล่านี้ จะช่วยลดความสับสนในการจัดเตรียมเอกสารส่งออกและการกระจายสินค้าไปยังผู้ซื้อปลายทางได้อย่างแม่นยำค่ะ
การนำ Packing list ไปใช้งานในขั้นตอนขนส่งสินค้าต่างแดน

เราใช้ Packing List เป็นเอกสารหลักในกระบวนการผ่านพิธีการศุลกากรและการตรวจปล่อยสินค้าระหว่างประเทศ เพื่อยืนยันข้อมูลหีบห่อกับหน่วยงานราชการ
เอกสารนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบตู้สินค้าและวางแผนสุ่มตรวจได้อย่างไว ผ่านข้อมูลน้ำหนักรวมถึงขนาดของบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ เจ้าหน้าที่ท่าเรือจะใช้ข้อมูลปริมาตรคิวบิกเมตรเพื่อจัดสรรพื้นที่บนเรือขนส่งสินค้าได้อย่างสมดุล
การกรอกข้อมูลน้ำหนักสุทธิและน้ำหนักรวมในเอกสารต้องตรงกับใบตราส่งสินค้าทางเรืออย่างเคร่งครัด ถ้าระบุน้ำหนักคลาดเคลื่อนไปจากของจริง ตู้สินค้าอาจถูกกักตรวจที่ด่านศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง
การแนบไปกับกล่องพัสดุสำหรับส่งถึงมือผู้รับปลายทาง
การแนบใบแสดงรายการสินค้าหรือใบนำส่งพัสดุไปกับกล่อง ช่วยให้ผู้รับปลายทางตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าในกล่องได้ทันที เอกสารนี้มักใส่ในซองพลาสติกใสหลังสติกเกอร์จ่าหน้าซองหรือวางไว้บนสุดของสินค้า เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบสินค้าเมื่อเปิดกล่องพัสดุ ตัวแทนจัดส่งสินค้ามักเลือกใช้ซองพลาสติกใสแบบกาวเหนียวพิเศษขนาด A5 แปะหน้ากล่องเพื่อป้องกันน้ำฝนและความชื้นระหว่างการขนส่งพัสดุ ข้อมูลที่แสดงบนเอกสารสำหรับจัดส่งถึงมือผู้รับปลายทางประกอบด้วยรายละเอียดเพื่อการตรวจสอบสินค้า
- หมายเลขคำสั่งซื้อหลักของร้านค้าออนไลน์เพื่อการตรวจสอบย้อนกลับที่ไว
- รายการรหัสสินค้าเฉพาะ เช่น SKU-TS01 สำหรับเสื้อยืดสีขาว
- จำนวนสินค้าที่บรรจุจริงแยกตามรายกล่องที่มีน้ำหนักเฉลี่ยไม่เกิน 20 กิโลกรัม
ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นเมื่อเตรียมเอกสารผิดพลาด
การเตรียม Packing List ผิดพลาดสร้างผลกระทบเชิงลบต่อระบบโลจิสติกส์และสถานะทางการเงินของธุรกิจโดยตรง ความคลาดเคลื่อนของข้อมูลน้ำหนักหรือจำนวนหีบห่อเพียงเล็กน้อยส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงักลงทันที ความสะเพร่านี้มักบานปลายกลายเป็นปัญหาใหญ่ในขั้นตอนการตรวจปล่อยสินค้าผ่านด่านสากล
ปัญหาเรื่องด่านศุลกากรระงับการปล่อยของออกไป
การสะกดข้อมูลใน Packing List ผิดพลาดหรือข้อมูลไม่ตรงกับสินค้าจริงส่งผลให้ด่านศุลกากรระงับการปล่อยสินค้าทันทีเพื่อตรวจสอบทางกายภาพอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ตรวจปล่อยจะกักสินค้าไว้ ณ ด่านตรวจเมื่อพบว่าจำนวนหีบห่อ น้ำหนักสุทธิ หรือสัญลักษณ์บนบรรจุภัณฑ์คลาดเคลื่อนไปจากใบตราส่งสินค้า การระงับนี้ทำให้ตู้คอนเทนเนอร์ถูกเปลี่ยนสถานะเป็นช่องแดงที่ต้องเปิดตรวจ 100% ทันที
การแก้ไขสถานะติดกักเพื่อเคลียร์สินค้าออกตรวจจำเป็นต้องยื่นคำร้องแสดงเจตนาบริสุทธิ์พร้อมแนบเอกสารชี้แจงแก้ไขข้อมูลพิกัดและปริมาณให้ถูกต้อง ผู้นำเข้าต้องเสียเวลาดำเนินงานเอกสารเพิ่มเติมหลายวันทำการ ส่งผลให้กระบวนการกระจายสินค้าเข้าสู่ช่องทางจัดจำหน่ายต้องหยุดชะงักลงค่ะ
ความล่าช้าและค่าปรับส่วนเกินจากท่าเรือขนส่ง
การสำแดงข้อมูลใน Packing List คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงส่งผลให้ตู้สินค้าถูกกักไว้ที่ท่าเรือเพื่อรอการตรวจสอบซ้ำ ซึ่งกระบวนการตรวจปล่อยที่สะดุดลงนี้ทำให้เกิดความล่าช้าในห่วงโซ่อุปทานทันที เมื่อตู้สินค้าไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกจากท่าเทียบเรือได้ตามกำหนด ผู้ประกอบการจะต้องแบกรับต้นทุนส่วนเกินที่เพิ่มขึ้นเป็นรายวัน
ค่าใช้จ่ายส่วนเกินเหล่านี้มักเรียกเก็บในรูปแบบค่า Demurrage และ Detention ซึ่งคิดอัตราก้าวหน้าตามจำนวนวันที่เกินกำหนด โดยอัตราขึ้นอยู่กับสายเรือและขนาดตู้คอนเทนเนอร์ การตรวจสอบน้ำหนักสุทธิรวมถึงปริมาตรสินค้าคาร์โกให้ตรงกับตู้จริงก่อนส่งเอกสารจึงช่วยจำกัดความเสี่ยงต่อการเสียค่าปรับสะสมเหล่านี้ค่ะ
แนวทางลดความผิดพลาดในการทำเอกสารด้วยระบบคลังสินค้า

การเปลี่ยนผ่านจากกระบวนการจัดทำเอกสารแบบดั้งเดิมมาสู่ระบบ WMS แบบดิจิทัล เป็นหนทางลดความผิดพลาดในการออก Packing List ที่มีประสิทธิภาพสูง ระบบนี้จะทำหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลสินค้ากับยอดสั่งซื้อจริงโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันปัญหาการหยิบสินค้าผิดพลาด
การเชื่อมโยงระบบข้อมูลช่วยลดขั้นตอนการทำงานซ้ำซ้อนของพนักงานลงได้ คลังสินค้าที่ใช้ระบบดิจิทัลจึงลดอัตราการส่งมอบของผิดพลาดลงได้ค่ะ
ดูฟีเจอร์ที่รองรับ : ฟีเจอร์ WMS ครบวงจร เพื่อธุรกิจไทย
การสร้างชุดข้อมูลแพ็คสินค้าแบบอัตโนมัติด้วยระบบ ERP
การเชื่อมโยงข้อมูลคำสั่งซื้อจากหน้าร้านค้าออนไลน์เข้าสู่ระบบ ERP ช่วยดึงข้อมูลสินค้ามาสร้าง Packing List ได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้คนคีย์ข้อมูลซ้ำ ระบบจะคำนวณปริมาตร น้ำหนัก และขนาดกล่องพัสดุตามข้อมูลสินค้าที่บันทึกไว้ในฐานข้อมูลกลางอย่างแม่นยำ กระบวนการนี้ลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดจากมนุษย์ในการพิมพ์รหัสสินค้าหรือจำนวนยอดส่งออกไปยังคลังสินค้าปลายทาง
เมื่อคำสั่งซื้อได้รับการอนุมัติ ข้อมูลสินค้าทั้งหมดจะถูกส่งต่อไปยังฝ่ายแพ็คสินค้าในรูปแบบดิจิทัลทันที เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบรายการผ่านหน้าจอแท็บเล็ตหรือ Data Collector เพื่อหยิบสินค้าใส่กล่องตามพิกัดชั้นวางที่จัดไว้ตามหลัก Slotting ได้อย่างถูกต้อง วิธีการนี้ช่วยลดเวลาทำงานในขั้นตอนจัดเตรียมเอกสารลง
การเชื่อมข้อมูลเพื่อพิมพ์ป้ายสติกเกอร์ผ่านซอฟต์แวร์ Grid WMS
การเชื่อมต่อข้อมูลคำสั่งซื้อเข้ากับซอฟต์แวร์ Grid WMS ช่วยให้เราสั่งพิมพ์ป้ายสติกเกอร์จ่าหน้ากล่องและใบ Packing List ได้ทันทีผ่านเครื่องพิมพ์บาร์โค้ดในคลังสินค้า ระบบจะดึงรายละเอียดสินค้า น้ำหนัก และที่อยู่ผู้รับจากระบบหลังบ้านมาประมวลผลแบบอัตโนมัติ ช่วยลดความผิดพลาดจากการป้อนข้อมูลด้วยมือของพนักงานคลังสินค้า
ซอฟต์แวร์ระบบคลังสินค้านี้รองรับการจับคู่ข้อมูลส่งตรงไปยังเครื่องพิมพ์แบรนด์มาตรฐาน เพื่อผลิตสติกเกอร์บาร์โค้ดแบบ 1D และ 2D ที่คมชัด การทำงานร่วมกันของระบบดิจิทัลช่วยลดระยะเวลาทำงานในขั้นตอนบรรจุหีบห่อต่าง ๆ ของธุรกิจ Fulfillment และร้านค้าที่ใช้ Ecommerce WMS ลงได้
สรุป
เอกสาร Packing List มีความจำเป็นต่อการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน เพื่อแสดงรายละเอียดพัสดุในกล่องอย่างละเอียด การกรอกข้อมูลน้ำหนัก ขนาด และจำนวนสินค้าที่ถูกต้องช่วยป้องกันปัญหาการกักตรวจที่ด่านศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง หรือสนามบินสุวรรณภูมิได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเลือกใช้ระบบจัดการคลังสินค้า Grid WMS เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลสติกเกอร์และเอกสารผ่านระบบ ERP จะช่วยลดความผิดพลาดในการทำงานของเจ้าหน้าที่แพ็คของได้อย่างแม่นยำ ถ้าธุรกิจของคุณต้องการยกระดับขั้นตอนการส่งออก สามารถเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนการพิมพ์เอกสารแบบเดิม มาเป็นระบบอัตโนมัติของ Grid WMS ได้ค่ะ



